จับตา ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว กาแฟ แอบสวมสิทธิ์นำเข้าไทย หลังส่งเข้าจีนไม่ได้หันหัวเทเข้าไทย เผยโควิด-19 เป็นเหตุ

305

เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

‘เฉลิมชัย’ สั่งการด่วน ประสานฝ่ายความมั่นคงและศุลกากรนำเข้า เข้มงวดจับกุมลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรไทย จับตา น้ำมันปาล์ม มะพร้าว และกาแฟ เหตุประเทศเพื่อนบ้านส่งออกตลาดจีนไม่ได้ เร่งแก้ไขป้องกันกระทบซ้ำเกษตรกรไทย

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า ขณะนี้สินค้าเกษตรสำคัญหลายชนิดได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง กาแฟ ถั่วเหลือง และมะพร้าวมีปริมาณการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศทั้งการบริโภคโดยตรงและใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง

สินค้าบางชนิดราคาอยู่ในเกณฑ์ดี ทำให้มีการลักลอบการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสวมสิทธิ์เป็นสินค้าเกษตรของไทยหรือหลีกเลี่ยงภาษี โดยเฉพาะอย่างยิ่งปาล์มน้ำมัน จึงประสานขอความร่วมมือหน่วยงานความมั่นคง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และศุลกากรให้เข้มงวดตรวจสอบ จับกุมการลักลอบการนำเข้า โดยเฉพาะตามแนวชายแดน

นายเฉลิมชัย กล่าวว่าเห็นสมควรให้ทบทวนข้อตกลงทางการค้าภายใต้กรอบเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) และองค์การการค้าโลก (WTO) ใหม่ ตลอดจนมาตรการทางการค้าอื่นๆ เช่น มาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้นและมาตรการปกป้องพิเศษการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสินค้าเกษตรที่ต้องเฝ้าระวังได้แก่

สำหรับปาล์มน้ำมันนั้น ราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ของไทย ช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2563 เฉลี่ยกิโลกรัมละ 36.19 บาท ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบตลาดมาเลเซียเฉลี่ยกิโลกรัมละ 21.05 บาทซึ่งต่ำกว่าไทยกิโลกรัมละ 10 – 15 บาท

ล่าสุดคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงการคลังโดยกรมศุลกากร ร่วมกับกระทรวงกลาโหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติปราบปรามการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มและผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มทั้งระบบอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง รวมทั้งเร่งให้กรมการค้าภายในติดตั้งเครื่องวัดปริมาณน้ำมันปาล์มดิบที่ถังเก็บให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยอนุมัติงบประมาณ จำนวน 372.516 ล้านบาท

นอกจากนี้คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) กำหนดให้นำเข้าได้ที่ด่าน 3 ด่านเท่านั้นได้แก่ ด่านศุลกากรมาบตาพุด สำนักงานศุลกากรกรุงเทพ และสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง

นายเฉลิมชัย กล่าวว่าส่วนด่านนำผ่านสินค้าน้ำมันปาล์มได้กำหนดด่านต้นทาง เพียงด่านเดียวคือ สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ซึ่งมอบหมายสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เลขานุการกนป. ติดตามผลการดำเนินงานตามมติ ครม. อย่างใกล้ชิด

ขณะที่นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการ สศก. กล่าวถึงการป้องกันการลักลอบนำเข้ามะพร้าว โดยจากการจัดทำข้อมูลปริมาณการผลิตและต้นทุนการผลิตมะพร้าวในอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์พบว่า มีการลักลอบนำเข้ามะพร้าวผล ซึ่ง สศก. เร่งประสานกรมศุลกากรเพื่อตรวจสอบ

นอกจากนี้ยังพบว่า การนำเข้าน้ำกะทิส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการและราคามะพร้าวในประเทศ ทำให้เกษตรกรเดือดร้อน ดังนั้นควรเข้มงวดมาตรการการนำเข้ามะพร้าวและน้ำกะทิ โดยกำหนดช่วงเวลาและปริมาณการนำเข้ามะพร้าวผลที่เหมาะสมภายใต้กรอบการค้า AFTA และ WTO การตรวจสอบและควบคุมการนำเข้ากะทิ การกำกับดูแลการเคลื่อนย้ายมะพร้าวผลนำเข้าน้ำหนักตั้งแต่ 4 ตันขึ้นไป ซึ่งได้ประสานกรมการค้าภายในเพื่อทบทวนมาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายแล้ว

ขณะเดียวกันยังรวมถึงการประสานกรมวิชาการเกษตรให้ทำลายมะพร้าวซึ่งลักลอบนำเข้าตาม พ.ร.บ. กักพืช สินค้าอีกชนิดที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านคือ กาแฟ โดยผ่านมาช่องทางด้านตะวันออกของไทย

สาเหตุหนึ่งมาจากเกษตรกรบางรายนำเข้ากาแฟมาสวมสิทธิ์เป็นกาแฟไทยแล้วจำหน่ายแก่ผู้ประกอบการโดยตรงซึ่งได้ราคาสูงกว่าจำหน่ายแก่สหกรณ์ ดังนั้นภาครัฐควรคุมเข้มเกี่ยวกับการนำเข้าในทุกรูปแบบ โดยกำหนดช่วงนำเข้ากาแฟได้หลังเดือนพฤษภาคมของทุกปีเนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตกาแฟของเกษตรกรในประเทศเริ่มจำหน่ายหมดแล้ว กาแฟเป็นสินค้าควบคุม

ขณะนี้กรมวิชาการเกษตรแจ้งกรมศุลกากรถึงปัญหาการลักลอบนำเข้า รวมถึงแจ้งข้อมูลช่วงเวลาที่ผลผลิตกาแฟออกสู่ตลาด และช่วงเวลาที่ห้ามนำเข้า ให้กรมศุลกากรรับทราบเพื่อจะได้ดำเนินการอย่างเหมาะสมต่อไป

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน