พลานุ​ภาพ​ ลอดซุ้มพญา​นาค อายุ​400ปี​ จะครองรักยืนนาน​ และมั่นคง

752

นาคสะดุ้ง​แห่แหนพระอุโบสถ​ไว้กลาง​ลำตัวพญา​นาค

นาค​ มีต้น​กำเนิดมาจากอินเดีย​ใต้​ ด้วย​เหตุ​จากภูมิประเทศ​อินเดีย​ใต้​เป็น​ป่า​เขาจึงมีงูชุกชุม​ และ​ด้วยเหตุ​ที่งูมีลักษณะ​ทาง​กายภาพ​ คือ​ มีพิษร้าย​แรง​ งูจึง​เป็น​สัตว์​ที่​มนุษย์​ให้การนับถือ​ว่า​มีอำนาจ

พระอุโบสถ​จตุรมุขแห่งแรกและ​แห่งเดียวในประเทศไทย

ชาวอินเดีย​ใต้​จึง​นับ​ถืองูเป็นสัตว์เทวะ​ มีความเชื่อเรื่อง​นาค​ หรือ​พญานาค​แพร่หลาย​ในภูมิภาค​ต่าง​ๆ​ ทั่ว​ทวีป​เอเชีย​ โดยเรียกชื่อ​ต่างๆกัน​ นาคหรือพญานาค​ มีลักษณะ​งูใหญ่​มีหงอน​ สัญญา​ลักษณ์​แห่งความ​ยิ่งใหญ่​ ความ​อุดม​สมบูรณ์​ ความ​มี​วาสนา​ และ​นาคยัง​เป็นบันไดสายรุ้ง​สู่​จักวาล​

นาคยัง​เป็น​เทพเจ้า​แห่ง​ท้อง​น้ำ​ บ้าง​ก็​ว่า​เป็น​เทพเจ้า​แห่ง​ฟ้า​ ตำนาน​ความเชื่อเรื่อง​พญา​นาคมีความเก่าแก่กว่า​พุทธ​ศาสนา​ พญา​นาคมีความเชื่อในแต่ละภูมิภาคแตกต่างกันไป

พระประธาน​ประพระอุโบสถ​วัดภูมินทร์​ พระประธาน​4องค์​ เป็นสัญญลักษณ์​แสดงถึงพระพุทธ​เจ้าที่เสด็จ​มาประกาศพระพุทธ​ศาสนา​มาแล้ว

ปัจจุบันจะ​เห็น​นาค​ หรือพญานาคได้เสมอ​ ในงานจิตรกรรม​ ประติมากรรม​ และหัตถกรรม​ นาคเป็นส่วนประกอบ​ที่สำคัญ​ทาง​สถาปัตยกรรม​ โดยตามวัดวาอารามต่างๆ​ หลังคาอาคารที่​สร้าง​ขึ้น​สำหรับสถาบัน​พระมหากษัตริย์​ และสถาบันศาสนสถาน​ ตามคตินิยมที่ว่า​ นาคยิ่งใหญ่​ควรคู่กับสถาบัน​อันสูงส่ง​ เช่น​นาคสะดุ้ง​ ที่ทอดลำตัวยาวตามบันได​ นาคลำยอง​ ที่ทำเป็นป่านลมหลังคาโบสถ์​ ที่ต่อเชื่อมกับนาคสะดุ้ง​ นาคเบือน​ นาคจำลอง​ และนาคทันต์​ คันทวยรูปพญานาค​ พญานาค​กับพระพุทธ​ศาสนา​มีบันทึก​ไว้หลายเรื่อง​หลาย​ตอน

ภาพ”ปู่ม่าน​ย่าม่าน” หรือ​ภาพ​”กะซิบบันลือโลก” ภาพจิตรกรรมฝาผนัง​ภายในวิหาร

อย่างไรก็ดี นาค​ หรือพญานาค​ ที่​วัดภูมินทร์​ จะปั้นไม่เหมือนกับที่วัดอื่นๆคือ​ สถาปัตย์​เป็นเอกลักษณ์​เฉพาะตัว​ ตัวนาค​ หรือ​พญานาค​ขนาดใหญ่แห่แหนพระอุโบสถ​เทินไว้​กลางลำตัวเปรียบ​เสมือน​จะบูชาพระพุทธ​เจ้า​ ตามปกติ​วัดทั่วไป​ นาคราวบันได​โบสถ์​วิหาร​จะมีเฉพาะ​ส่วน​หัวเลื้อย​โผล่​ออกมา​ แต่นาค2ตัวนี้​ ช่าง​โบราณ​สร้าง​ให้​มีทั้ง​ส่วน​หัวและ​หางเหมือน​เลื้อย​ทะลุออกมา​จาก​วิหาร​ นาคคู่​นี้​มีหน้า​ตา​ใจดี​ ร่าง​อวบอ้วน​ ดูมีชีวิต​ชีวา​ประหนึ่ง​ว่า​กำลัง​เลื้อย​จริงๆ​ โดยสังเกต​ได้​จากช่วง​อกต้น​คอก่อน​ยกหัว​ขึ้น​ช่าง​ปั้น​ให้​มีกล้าม​เนื้อ​อกดูคล้าย​งูใหญ่​กำลังเลื้อย​

ที่สำคัญ ลักษณะ​พิเศษ​ของนาคคู่​นี้​ทั้งส่วน​หน้าและส่วนหลัง​จะมีช่องไว้ให้​เดิน​ลอด​ มี​ความ​เชื่อ​ผู้​ใดได้ลอดท้อง​พญานาคแล้วจะได้กลับมาเยือนจังหวัด​น่าน​อีก​ บ้างก็ว่าใครได้ลอดท้องพญา​นาค​ก็จะประสพบ​เนื้อคู่​ หรือ​ได้ลอดตัวพญา​นาคทั้ง​4ช่อง​แล้วจะเป็นทางรอดไปสู่หนทางหลุด​พ้น​

งานปั้น​ตอนพระมาลัยมาโปรดโลก

ท่านใดที่มีความเชื่อแล้วแต่​ศรัทธา​ แต่ที่แน่ชัดคือพญา​นาคทั้ง2ตนนี้สื่อนัยยะทาง​พุทธศาสนา​อย่าง​ชัด​เจนมีความหมาย​ว่า​ พญา​นาคเปรียบ​เหมือน​สะพาน​(สายรุ้ง)​ที่​เชื่อมโลก​มนุษย์​กับสวรรค์​ ครั้ง​ที่​พระพุทธเจ้า​เสร็จ​ลงมาจาก​สวรรค์​ชั้น​ดาวดึงส์​ พระ​องค์​ได้​เสด็จ​ผ่าน​บันได​แก้ว​มณี​สีรุ้ง​ที่​เทวดา​เนรมิต​ขึ้น​และ​มี​พญา​นาคทั้ง2ตัว(ตน)​เอาหลังหนุนบันไดไว้​ มองตามคติ​พจน์​ พญา​นาคทั้ง​2​ เปรียบ​เสมือน​ผู้​ปกป้อง​พร​ะพุทธ​ศาสนา

นาค​ หรือพญานาค​ และวัดภูมินทร์​ มีอายุเก่าแก่ถึง400ปี​ สันนิษฐาน​ว่าสร้าง​ใน​ พ.ศ.2139 โดยพระเจ้าเจตบุตร​พรหม​มินทร์ หลังครอง​เมือง​น่านได้6ปี​ เดิมวัดชื่อ”วัดพรหม​มินทร์” ซึ่ง​เป็นพระนามของเจ้าเจษบุตรฯ ผู้สร้างวัดหลังๆ​ เพี้ยน​มาเป็น”วัดภูมินทร์” ในปัจจุบั​น​ ภาพ​ของวัดเคยปรากฏ​บนธนบัตร​ไทย​ รุ่น​ที่2​ ราคา1บาท​ ภายในวัดประกอวด้วย​ พระอุโบสถ์จตุรมุข​ ที่ไม่เหมือน​ใคร​ และไม่เหมื่อน​ใคร​ เป็นวัดหนึ่งเดียวในประเทศ​ คือ​เป็น​พระอุโบสถ​ทรงจตุรมุข​ตรงใจกลาง​พระอุโบสถประดิษฐาน​พระพุทธรูป​4องค์​ หันพระพักตร์​ออกด้านประตูทั้งสี่ทิศ​ หันเบื้องพระปฤษฎางค์​ชนกันประทับ​ นั่ง​บนฐาน​ชุกชี​ เป็น​พระ​พุทธ​รูปปาง​มารวิชัย​จะพบพระพักตร์​ของพระพุทธ​รูป​ทุก​ด้าน​ ภาพจิตรกรรมฝาผนัง​ในวิหารที่ช่างได้ฝากฝีมือ​ให้ชนรุ่นหลังได้ชมกัน ภาพ​จิตรกรรม​”ฮูบแต้ม)​เป็นภาพจิตรกรรมฝาผนัง​มีความคลาสสิก​ คือ” ภาพปู่ม่าน​ย่าม่าน​” เป็นคำเรียกผู้ชายผู้หญิง​ของชาวไทยลื้อในสมัยโบราณ​กระซิบ​สนทนา​ ผู้​ชายสักหมึกผู้หญิงแต่งกาย​ไทลื้อ​ ภาพวาดของ​หนุ่ม​สาว​คู่​นี้​มีความปราณีตมาก​ ภาพ​นี้ได้รับ​การ​ยกย่อง​ว่าเป็นภาพที่งดงามที่สุดเลยก็ว่าได้​ และภาพเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันของชาวไทลื้อในสมัยก่อนโดยได้ถ่ายทอดทางอารมณ์​แสดง​ถึงลีลาท่วงทีที่อ่อนช้อย​ บานประตูไม้แกะสลัก​ลวดลาย​งดงาม​โดย​ช่าง​ฝีมือล้านนาบนไม้สักทองแผ่นเดียวขนาดใหญ่​ ความหนาของ​ไม้ประมาณ4นิ้ว​ถูกแกะสลักเป็น​3ชั้น​เป็นลวดลายเครือเถา​ และสัตว์​นานา​ชนิด​ สถูป​พระเจดีย์พระมาลัยโปรดโลกภายในเป็นรูปปั้นจำลองนรก​เพื่อเป็นการ​ย้ำเตือน​ให้ละความ​ชั่วหมั่นทำความ​ดี​ วัดภูมินทร์​ ได้รับการบูรณาการ​ครั้ง​ใหญ่​ในปี​ พ.ศ.2410 ในสมัยพระเจ้าอนันตวรฤทธิเดช(ปลายรัชกาล​ที่4ต่อรัชกาล​ที่5​ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์)​ผู้ปกครองนครน่านซึ่งมีความเลื่อมใส​ศรัทธา​ในพระพุทธ​ศาสนา​ จึงโปรดให้ช่างหลวงบูรณะ​วัดครั้ง​ใหญ่​มีจำนวนถึง22วัด​ วัดภูมินทร์​ได้รับการบูรณาการ​ปฏิสังขรณ์​เป็นอันดับที่​9​ ใช้เวลา​บูรณะ​เป็น​เวลา​8ปี​(2410-2418)โดยกรมศิลปากร​สันนิษฐาน​การบูรณะปฏิสังขรณ์​ครั้ง​นี้​เป็น​ทีม​าขอ​งงาน​จิตรกรรม​ฝาผนังภายในวิหาร​ สำหรับช่างผู้​วาดไม่ปรากฏ​ประวัติ​ทราบ​แต่ว่าเป็นช่างศิลป​ะชาวไทลื้อ​ ชนกลุ่มน้อย​ที่อพยพ​มาจากสิบสอง​ปัน​นา​ หลวงพระบางและล้านช้าง​ ตามประวัติ​ความเป็นมา​ เจ้าเจตบุตรพรหม​มินท์​ กระทำสงคราม​กับนครเชียงใหม่​(ภายใต้​การ​ปกครอง​ของ​พม่า)​หลายครั้ง​ชนะ​บ้าง​แพ้​บ้างแพ้ก็​ได้หลบหนี​ไปอยู่ที่ล้าน​ช้าง​แล้วนำทัพจากล้านช้างและหงสาเข้าตีเมือง​น่านกลับคืนมา​ ในครั้งนี้​อาจมีชาวไทยลื้อจากเมืองล้านช้างเข้ามาอยู่เมืองน่านด้วย

สถูป​เจดีย์​พระมาลัยมา​โปรด​โลก

ภาพ​ปู่ม่าน​ย่าม่าน​ ได้รับ​ฉายา​ว่า”ภาพ​กระซิบรักบรรลือ​โลก” อาจารย์​สมเจตน์​ วิมลเกษม​ ปราชญ์​เมือง​น่าน​ ได้​แต่งคำกลอน​อัยสุดแสนโลแมน​ติกเป็น​ภาษา​ท้องถิ่น​ คำเมือง​(ภาษา​เหนือ)​เพื่อบรรยายคำกระซิบ”คำฮัก​กูปี้​จักเอาไว้ในน้ำก็กลัว​หนาว​ จักเอาไว้พื้นอากาศกลางหาว​ ก็​กลัวหมอกเหมยซอนดาวลงมาขลุ้มจักเอาไปใส่ในวังข่วงคุ้ม​ ก็​กลัว​เจ้าปะใส่แล้วลู่เอา​ไป​ ก็เลยเอาไว้นอกในใจ๋ตัวชายปี๋นี้​ จักฮื้อมันให้อะฮิอะฮี้ ยามปี้นอนสะดุ้งตื่นเววา” แปลว่า”ความรัก​ของ​น้อง​นั้น​ พี่​จะเอาฝากไว้ในน้ำก็กลัว​เหน็บ​หนาว​ จะฝากไว้กลางท้อง​ฟ้า​อากาศ​กลาง​หาว​ ก็กลัวมเฆหมอก​มาปกคลุม​รักของพี่ไปเสีย​ หากเอาไว้ในคุ้ม​ เจ้าเมือง​มาเจอ​ก็จะเอาความ​รัก​ของพี่​ไป​ เลยขอฝาก​เอาไว้ในอกในใจของพี่​ จะให้มันร้องไห้รำพี้รำพันถึงน้อง​ ไม่ว่ายามพี่นอนหลับหรือสดุ้งตื่น”

เรื่อง​/ภาพ​ โดย​ พรหม​พิริยะ​ จันทร์​เพ็ญ​