14 กุมภาปิดอ่าวไทยแล้วประกาศห้ามจับสัตว์น้ำช่วงฤดูวางไข่ เข้มปลาทูเหลือน้อย

293

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “ปิดอ่าว วาเลนไทน์” ประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ทะเลอ่าวไทยตอนกลางประจำปี ระบุ 3 เดือน ห้ามเรือประมงใช้เครื่องมือบางชนิดจับสัตว์น้ำตามแนวชายฝั่ง เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล โดยเฉพาะปลาทูที่มีจำนวนลดลงอย่างน่าเป็นห่วง

14ก.พ.63/ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวในขณะเป็นประธานในพิธีประกาศประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ทะเลอ่าวไทยตอนกลางประจำปี 2563 ที่ท่าเรือองค์การสะพานปลาปากน้ำชุมพร ต. ปากน้ำ อ. เมือง จ. ชุมพร โดยมาตรการนี้กรมประมงดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. – 15 พ.ค. 2563 โดยจะปิดอ่าวไทยในเขตพื้นที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ซึ่งแนวทางดังกล่าวกระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญอย่างมากเพราะจะช่วยอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีใช้อย่างยั่งยืนที่กระทรวงเกษตรฯ

นายเฉลิมชัยกล่าวว่า กรมประมงรายงานผลศึกษาวิจัยที่พบว่า มาตรการดังกล่าวสอดคล้องกับวงจรชีวิตปลาทู โดยหลายปีที่ผ่านมา จัดเก็บข้อมูลทางวิชาการมีสถิติจำนวนสัตว์น้ำในกลุ่มปลาทูลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับห้วงเวลาเดียวกันในอดีต โดยมาจากหลายปัจจัยทั้งความเสื่อมโทรมของทรัพยากรสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม ความต้องการของผู้บริโภค และมีเรือประมงบางส่วนที่ใช้เครื่องมือทำการประมงบางชนิดที่มีประสิทธิภาพสูงเข้ามาทำการประมงในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีมาตรการปิดอ่าวแล้ว แต่ยังมีการลักลอบทำประมงตามแนวชายฝั่งซึ่งเป็นที่สัตว์น้ำมาเพาะพันธุ์ วางไข่ และเป็นที่อยู่ของสัตว์น้ำวัยอ่อน จึงได้ปรับปรุงกฎหมายพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติมให้เข้มงวดขึ้น พร้อมทั้งมีมาตรการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และขาดการควบคุม (IUU) ทำให้จำนวนประชากรสัตว์น้ำเริ่มฟื้นฟูกลับคืนมา

ด้านนายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมงกล่าวว่า มาตรการดังกล่าวไม่กระทบต่อการประกอบอาชีพของชาวประมงมากนัก กรมประมงออกประกาศลงวันที่ 31 มกราคม 2561 เพื่อกำหนดพื้นที่และระยะเวลาฤดูปิดอ่าวไทยให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ดังนี้ พื้นที่ปิดอ่าวไทยตอนกลาง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 27,000 ตารางกิโลเมตร บางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี (เขต 1) ระยะเวลา 3 เดือน ระหว่างวันที่ 15 ก.พ. – 15 พ.ค.ของทุกปี

อีกทั้งกำหนดให้เครื่องมือประมงบางชนิดของกลุ่มประมงขนาดเล็กซึ่งไม่กระทบกับมาตรการปิดอ่าวให้สามารถใช้ทำการประมงได้ดังนี้ เครื่องมืออวนลากแผ่นตะเฆ่ อวนลากคานถ่างที่ใช้ประกอบเรือกลที่มีขนาดความยาวไม่เกิน 16 เมตร ต้องทำการประมงในเวลากลางคืนและต้องทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่งด้วย เครื่องมืออวนติดตาปลาที่ใช้ประกอบเรือกลที่มีขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอส และต้องใช้ช่องตาอวนตั้งแต่สองนิ้วขึ้นไป

กรณีที่ชาวประมงต้องการใช้เครื่องมืออวนติดตาปลาที่มีความยาวอวนเกิน 2,500 เมตร ต่อเรือประมง 1 ลำจะต้องใช้นอกเขตทะเลชายฝั่ง เท่านั้น เครื่องมืออวนปู อวนลอยกุ้ง เครื่องมืออวนครอบ อวนช้อน หรืออวนยกหมึก ที่ใช้ประกอบกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เครื่องปั่นไฟ) ต้องทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง ลอบปู ต้องทำการประมงตามเงื่อนไขที่กำหนด ลอบหมึกทุกชนิด ซั้งทุกชนิดที่ใช้ประกอบทำการประมงพื้นบ้านสามารถทำการประมงได้ในเขตทะเลชายฝั่ง คราดหอยต้องทำการประมงตามเงื่อนไขที่กำหนด อวนรุนเคยต้องทำการประมงตามเงื่อนไขที่กำหนดโดยประกาศกระทรวงเกษตรฯ จั่น ยอ แร้ว สวิง แห เบ็ด สับปะนก ขอ ลอบ ฉมวก และเครื่องมืออื่นใดที่ไม่ใช้ประกอบเรือกลขณะทำการประมง เรือประมงที่มีขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอส ที่ใช้เครื่องยนต์มีกำลังแรงม้าไม่ถึง 280 แรงม้า

ขณะเดียวกัน เครื่องมือทำการประมงที่มิใช่เครื่องมือตามประเภท วิธีการทำการประมงที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศกำหนดให้เป็นประมงพาณิชย์ทำการประมง ยกเว้นอวนครอบ อวนช้อน หรืออวนยกปลากะตัก ที่ใช้ประกอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เครื่องปั่นไฟ) และที่ห้ามตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดเครื่องมือทำการประมง วิธีการทำการประมง และพื้นที่ทำการประมงที่ห้ามใช้ทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำเขตทะเลชายฝั่ง พ.ศ. 2561 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2560

นอกจากนี้ยังกำหนดให้หลังเปิดอ่าวตอนกลางแล้ว ให้ปิดอ่าวต่อที่เขตพื้นที่พิเศษ 7 ไมล์ทะเลและพื้นที่อ่าวประจวบคีรีขันธ์อีก 30 วัน เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อนสอดคล้องกับวงจรชีวิตปลาทูทำให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ จากการสุ่มเก็บตัวอย่างประชากรปลาทูช่วงมาตรการปิดอ่าวไทยปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า จำนวน อายุ และขนาดความยาวของปลาทูสามารถบ่งชี้ถึงความหมาะสมของการใช้มาตรการปิดอ่าวไทยฯ ดังนี้ ช่วงการประกาศใช้มาตรการปิดอ่าว 15 ก.พ. – 15 พ.ค. ระยะเวลา 90 วัน ในชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานีนั้น พ่อแม่ปลาทูมีความสมบูรณ์เพศ ผสมพันธุ์ และมีการแพร่กระจายของลูกปลาทู-ปลาลัง และปลาเศรษฐกิจขนาดเล็ก ตามด้วยประกาศใช้มาตรการปิดอ่าวต่อเนื่องระยะ 7 ไมล์ทะเลช่วงพื้นที่อ่าวประจวบคีรีขันธ์จากเขาตาม่องถึงอ. หัวหิน ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. – 14 มิ.ย. ระยะเวลา 30 วัน เป็นช่วงที่ลูกปลาวัยอ่อนที่เกิดนั้นมีโอกาสเลี้ยงตัวบริเวณชายฝั่ง จากนั้นลูกปลาขนาดเล็กเดินทางเคลื่อนเข้าสู่อ่าวไทยรูปตัว ก จนกระทั่งวันที่ 15 มิ.ย. – 30 ก.ย. กรมประมงจะประกาศปิดอ่าวตัว ก เพื่อรักษาปลาทูสาวให้เจริญเติบโตเป็นพ่อแม่พันธุ์และพร้อมเดินทางลงไปผสมพันธุ์วางไข่ในช่วงเดือน ก.พ. – พ.ค. เป็นวงจรทุกปี

นายมีศักดิ์ กล่าวว่า ปริมาณสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 62 หลังจากเปิดอ่าว เรืออวนล้อมจับสัตว์น้ำได้เพิ่มขึ้น 114,056 ตัน เฉพาะพันธุ์ปลาทูในเดือนมิ.ย. จับได้ 578 ตัน เพิ่มเป็น1,880 ตันในเดือนก.ค.

“หากชาวประมงปฏิบัติตามมาตรการปิดอ่าวอย่างเคร่งครัด ใช้เครื่องมือประมงที่กำหนดเท่านั้นจับสัตว์น้ำตามชายฝั่งในช่วงปิดอ่าว จะฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำทางทะเลให้กลับมาสมบูรณ์ โดยเฉพาะปลาทูซึ่งลดลงอย่างน่าเป็นห่วงจะมีจำนวนเพิ่มขึ้น ทำให้สามารถประกอบอาชีพประมงได้อย่างยั่งยืน” นายมีศักดิ์กล่าว

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน