ภัยแล้งเขย่าภาคเกษตรป่วน ‘เกษตร’จัดทัพช่วยเกษตรกร

189

อนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ปลัดกระทรวงเกษตรฯ แจงฤดูแล้งปี 62/63 นี้ ยังไม่มีพื้นที่เกษตรเสียหายจากภาวะขาดแคลนน้ำ ย้ำทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์น้ำและเตรียมพร้อมช่วยเหลือเกษตรกรทุกจังหวัดเสี่ยง

นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กล่าวว่า ยังไม่มีรายงานความเสียหายจากภัยแล้งในพื้นที่เกษตร แต่ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์ตลอดฤดูแล้งอย่างใกล้ชิด พร้อมช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อเกษตรกรและประชาชน

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ มีมาตรการช่วยเหลือด้านรายได้แก่เกษตรกรที่ไม่สามารถเพาะปลูกได้เนื่องจากน้ำน้อย โดยมีทั้งโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์และกิจการที่ต่อเนื่องซึ่งเกษตรกรสามารถกู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซื้อโคเนื้อมาเลี้ยง โดยใช้ระยะเวลาขุน 4 เดือน กระทรวงเกษตรฯ จัดหาตลาดรับซื้อให้นิดจากนี้ยังส่งเสริมการเลี้ยงกระบือ แพะ แกะ และไก่พื้นเมือง ควบคู่กับการปลูกพืชอาหารสัตว์เพื่อลดต้นทุนการผลิตได้แก่ หญ้าแพงโกล่า ข้าวโพด

ส่วนกรมประมงส่งเสริมการเลี้ยงปลานิล ปลาสลิด และกุ้ง รวมทั้งจะนำกุ้งก้ามกรามไปปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อให้เกษตรกรจับมาบริโภคและจำหน่ายได้ เป็นการสร้างทางเลือกอาชีพแทนการทำนาปรังซึ่งใช้น้ำมาก ส่วนพื้นที่ที่มีน้ำเพียงพอปลูกพืชใช้น้ำน้อยจะส่งเสริมการปลูกพืชผักต่างๆ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ในระยะเวลาสั้น

นอกจากนี้ยังมีโครงการจ้างแรงงานของกรมชลประทานเพื่อให้เกษตรกรมารับจ้างทำงานในโครงการชลประทานเพื่อให้มีรายได้เสริมจากการที่ไม่สามารถทำการเกษตรได้

ด้านสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ได้สรุปความเสียหายจากภัยพิบัติในปี 2562 ระหว่างวันที่ 1 ก.ย. – 27 ธ.ค.62) ซึ่งเป็นความเสียหายจากภาวะฝนทิ้งช่วง แล้วต่อเนื่องด้วยอุทกภัย ซึ่งมีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 13 จังหวัด 68 อำเภอ 423 ตำบล 3,769 หมู่บ้าน 20 ชุมชนได้แก่ จังหวัดเชียงราย (14 อำเภอ) น่าน (2 อำเภอ) เพชรบูรณ์ (6 อำเภอ) อุทัยธานี (8 อำเภอ) นครพนม (1 อำเภอ)

มหาสารคาม(6 อำเภอ) บึงกาฬ (4 อำเภอ) หนองคาย(8 อำเภอ) บุรีรัมย์ (6 อำเภอ) กาฬสินธ์ (1 อำเภอ) นครราชสีมา (5 อำเภอ) กาญจนบุรี (6 อำเภอ) และฉะเชิงเทรา (2 อำเภอ) และอยู่ระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดลงนามในประกาศเขตภัยพิบัติ 3 จังหวัดได้แก่ สุโขทัย (4 อำเภอ) ชัยนาท (4 อำเภอ) และสุพรรณบุรี (5 อำเภอ)

ขณะเดียวกัน จากการสำรวจเบื้องต้นปรากฎว่า มีผลกระทบต่อการเกษตรด้านพืช 15 จังหวัด เกษตรกร 164,391 ราย พื้นที่คาดว่าจะเสียหาย 1,635,676 ไร่ สำรวจพบความเสียหายแล้ว 15 จังหวัด เกษตรกร 76,923 ราย พื้นที่เสียหาย 736,182 ไร่แบ่งเป็น ข้าว 650,266 ไร่ พืชไร่ 85,446 ไร่ พืชสวนและอื่นๆ 448 ไร่ คิดเป็นวงเงิน 822.62 ล้านบาท โดยจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรแล้ว 339 ราย พื้นที 3,150 ไร่ เป็นเงิน 3.51 ล้านบาท ส่วนด้านปศุสัตว์ด้านประมงยังไม่มีรายงานผลกระทบ

“ขณะนี้ได้รับอนุมัติงบประมาณแล้ว กระทรวงเกษตรฯ จะเร่งรัดจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติในปีที่ผ่านมาให้ครบถ้วน รวมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ไปส่งเสริมอาชีพเพื่อให้มีรายได้เสริมในฤดูแล้งนี้ แต่ยืนยันว่า ปัจจุบันยังไม่มีรายงานผลกระทบภาคการเกษตรเสียหายจากภาวะขาดแคลนน้ำ” นายอนันต์กล่าว

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน