จับตาปีหนูทองธุรกิจแบงก์สั่น

162

ธุรกิจแบงก์ ปี 2563…เตรียมรับโจทย์เศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของหลักเกณฑ์และกติกาทางการ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ปี 2563 จะเป็นอีกปีที่ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ยังคงต้องเผชิญกับโจทย์ท้าทายรอบด้าน ซึ่งน่าจะเพิ่มแรงกดดันมากขึ้นต่อผลการดำเนินงาน โดยไล่เรียงจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เติบโตในกรอบจำกัด เกณฑ์การกำกับดูแลของทางการที่มุ่งเน้นการดูแลและสร้างความเป็นธรรมต่อทั้งลูกค้ารายย่อยและลูกค้าผู้ประกอบการ ตลอดจนมาตรฐาน TFRS 9 ซึ่งภายใต้เงื่อนไขของปัจจัยเหล่านี้ คาดว่า สินเชื่อของระบบธ.พ.ไทยปี 2563 อาจเติบโตในกรอบจำกัดที่ 3.0-3.8%

ขณะที่ NIM น่าจะชะลอลงมาที่ 2.70-2.80% ตามแรงกดดันจากรายได้ดอกเบี้ยและโอกาสของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระหว่างปี ในขณะที่อีกด้านหนึ่งนั้น เศรษฐกิจที่เติบโตในกรอบต่ำอาจทำให้สัดส่วน NPLs ระบบธนาคารพาณิชย์ขยับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 3.0% ตลอดทั้งปี

นอกจากนี้ ภาพที่จะเห็นต่อเนื่องในปี 2563 ก็คือ การหาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการด้านต้นทุนของธนาคารพาณิชย์ ทั้งที่ดำเนินการผ่านการปรับปรุงรูปแบบการให้บริการของสาขา ทบทวนจำนวนสาขาที่ให้บริการและบริหารจัดการให้จำนวนพนักงานต่อสาขามีความเหมาะสม รวมไปถึงการเพิ่มทักษะความชำนาญให้พนักงานให้มีศักยภาพที่หลากหลาย

ตลอดจนการเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสภาวะการแข่งขันในตลาดให้บริการทางการเงินที่จะทวีความเข้มข้นมากขึ้นจากผู้เล่นอื่นๆ อาทิ ผู้ประกอบการ FinTech/TechFin และผู้ประกอบการ e-commerce โดยในปี 2563 น่าจะเห็นธนาคารพาณิชย์เร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านของการยกระดับการให้บริการทางการเงินด้วยการขยายฐานลูกค้าและเร่งสร้างรายได้ใหม่ๆ จากแพลตฟอร์มของธนาคารพาณิชย์ อาทิ การปล่อยสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูงผ่านช่องทางออนไลน์ ตลอดจนการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มของพันธมิตรเพื่อเติมเต็มระบบนิเวศของบริการทางการเงินให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น

 

ทั้งนี้ปัจจัยที่ต้องติดตามในระหว่างปี 2563 น่าจะอยู่ที่พัฒนาการทางเศรษฐกิจ ระดับความเข้มข้นของกติกาและแนวนโยบายของทางการที่จะเกิดขึ้นทั้งในเรื่องค่าธรรมเนียมและอัตราดอกเบี้ย ตลอดจนทิศทางของผลการประกอบการ ซึ่งภาพทั้งหมดนี้อาจมีผลต่อเนื่องมายังบทบาทของธนาคารพาณิชย์ในการทำหน้าที่ช่วยสนับสนุนภาคธุรกิจและเศรษฐกิจไทยในภาพรวม

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน