พระทินวัฒน์ จันทปัญโญ แบ่งปันประสบการณ์ “เสรีภาพจากภายใน”

163

ทุกวันนี้มนุษย์ต่างเรียกร้องอิสระภาพและเสรีภาพแต่ก็ยังหาจุดสิ้นสุดไม่ได้ เราจึงควรกลับมาไตร่ตรองว่าแท้จริงแล้วเสรีภาพที่เรามีอยู่ในทุกวันนี้ คือ สิ่งที่เราต้องการจริง ๆ หรือไม่ หรือเรากำลังตกเป็นเครื่องมือของกิเลส และเสรีภาพโดยแท้จริงที่เกิดจากตัวเราจะเกิดขึ้นได้อย่างไร พระทินวัฒน์ จันทปัญโญ จากวัดจำปา จังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในหัวข้อ “เสรีภาพจากภายใน” บนเวทีธรรมบรรยาย เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ ไว้อย่างน่าสนใจเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้อง 1111AB อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ ถนนสีลม

พระทินวัฒน์ จันทปัญโญ กล่าวทักทายและไถ่ถามเรื่องการฟังธรรมของผู้เข้าร่วมฟังธรรมบรรยาย หลายท่านอาจเคยฟังธรรมมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นการฟังธรรมจากครูบาอาจารย์นั่นก็เป็นประสบการณ์ของอาจารย์มิใช่ประสบการณ์ของเรา ตำนานที่เราได้ฟังจากคนอื่นเล่าก็อาจจะไม่เหมือนตำนานที่เราได้พบเจอ การฟังธรรมมะจึงมี 2 ระดับ นั่นคือ ระดับของความรู้ หรือ Knowledge คือ ธรรมมะที่เราฟังหรือจดจำมาบางครั้งก็ใช้เหตุผลตรรกะคิดว่าน่าจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ กับ ระดับปัญญา หรือ Wisdom คือ สิ่งที่เราได้พบเจอด้วยตนเองและเป็นประสบการณ์ตรงที่เราได้พบเจอ ในทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า ธรรมมะเชิงประจักษ์

คนจำนวนไม่น้อยก่อสงครามเพราะความดี ไม่ว่าจะเป็นสงครามระหว่างลัทธิ ศาสนา การเมือง ล้วนเริ่มต้นจากความหวังดี แต่ความหวังดีของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ถ้าหากเปิดใจคุยกันปัญหาเหล่านี้คงไม่เกิดขึ้น แต่เรามักยึดติดว่าต้องเป็นวิธีของเราเท่านั้นจึงจะได้ผลจึงเกิดเป็นความทุกข์

พระพุทธเจ้า กล่าวไว้ว่า คนที่เบียดเบียนผู้อื่นเป็นเพราะว่าเขาดับทุกข์ในตัวเองไม่ได้ คนเหล่านี้เขามีความทุกข์อยู่แล้วเขาดับทุกข์ในตัวเองไม่ได้สิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุดคือพยายามถ่ายเทให้คนใกล้ตัวทุกข์ด้วย เพราะทุกข์ด้วยเขารู้สึกมันไม่หว้าเหว่ เมื่อไหร่ที่เราบริหารไม่เป็นจะทำลายทั้งตัวเราจะทำลายทั้งผู้อื่น พระพุทธศาสนาเน้นย้ำว่าให้เราเข้าใจผู้อื่นเพราะว่าการที่จะให้คนอื่นเข้าใจเราทำตามที่เราต้องการนั้นเป็นไปได้ยาก เมื่อไหร่ที่เราเข้าใจตัวเองเข้าใจผู้อื่นได้ ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์คือเรา

พระทินวัฒน์ จันทปัญโญ ได้ให้นิยามของคำว่า Understand ไว้ว่า มาจากคำสองคำ Under แปลว่า ใต้ Stand แปลว่า ยืน Understand สองคำรวมกันแปลว่า ไปยืนอยู่ใต้หัวใจเขาไปรองรับความรู้สึกเขา ความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญ แต่ความเข้าใจจะเกิดขึ้นได้เราต้องวางความยึดติดในความเห็นของเราลงเสียก่อน ถ้าเรายึดติดความคิดอยู่แค่มุมของเราเพียงมุมเดียวเราจะไม่มีโอกาสที่จะเข้าใจหรือรับฟังคนอื่นได้ เนื่องจากเมื่อไหร่ที่อีกฝ่ายพูดมาเราจะฟังเพื่อโต้ตอบแต่ไม่ได้ฟังเพื่อเปิดใจรับฟังเพราะเรายังติดคุกอยู่ คุกของความยึดมั่นถือมั่นอยู่ที่ทำให้เรายังไม่มีเสรีภาพ

เพราะฉะนั้นเวลาที่ใครสักคนทุกข์วิธีที่ดีกว่าการแนะนำ คือ การมอบปัจจุบันที่แท้จริงของเรากองไว้กับเขา ตัดอคติกับความยึดติดทั้งหลายของเราอยู่กับเขาจริง ๆ “ฉันไม่เข้าใจหรอกนะว่าแขนของท่านมันปวดแค่ไหน แต่ว่าฉันเป็นกำลังใจให้นะขอให้ดีขึ้น” เราไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดของเขาหายไปหรอกแต่มันทำให้ผู้ฟังมีกำลังใจ จากนี้เป็นต้นไปเริ่มต้นใหม่ลองฟังให้มาถามให้เยอะ ไม่ใช่ฟังเพื่อจะโต้ตอบหรือโน้มน้าวให้เขาเห็นด้วยกับเรา ลองฟังเพื่อจะเข้าใจจริง ๆ

เมื่อไหร่ที่เรามีสติเห็นอารมณ์ของตัวเอง ไม่ยึดติดกับอารมณ์ของตัวเอง สตินี่แหละที่จะช่วยให้เรามีอิสระจากอคติ เราจะเข้าใจผู้อื่นและรับฟังผู้อื่นได้อย่างแท้จริง และจะเกิดเสรีภาพอย่างแท้จริง ถ้าทุกคนสามารถสามารถปฏิบัติตนให้เป็นอิสระจากอคติได้ก็จะนำพามาซึ่งความผาสุกให้กับโลกใบนี้ได้พบกับเสรีภาพโดยแท้จริงได้

สำหรับผู้สนใจร่วมฟังธรรมบรรยายดี ๆ ในโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ ติดตามรับชมผ่านระบบ live สด ทุกวันศุกร์ เวลา 12:00-13:30 น. ทางช่องทาง facebook fanpage CPALL และสามารถรับฟังย้อนหลังได้ที่ช่องทางเดียวกัน

กานต์ เหมสมิติ รายงาน