เฟส 2 “คนละครึ่ง” พึ่งได้-ไม่ได้วัดกันที่ดวง!

158

.ส.นิยม เวชกามา ตั้งข้อสังเกตุ “คนละครึ่ง” 3 ล้านสิทธิ์ระบบล่มได้ไง สงสัยเปิดช่องให้คอร์รัปชั่นหรือไม่…?

16 ธ.ค.63/  ที่อาคารรัฐสภาเกียกกาย นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร แถลงต่อผู้สื่อข่าวว่า จากมีโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เฟส 2 ลงทะเบียนผ่าน แอพ ‘เป๋าตัง’ มีประชาชนร้องเรียนมายังตนจำนวนมาก เรื่อง “รอรับรหัส OTP ไม่เข้า” โดยเมื่อ วันที่ 16 ธันวาคม 2563 ได้มีกำหนดเริ่มลงทะเบียนเวลา 06.00 น. โดยประชาชนได้ลงทะเบียนต้องรอการรับรหัส OTP ในแต่ละครั้งใช้เวลาครั้งละ 10 นาที เมื่อรหัสยังไม่มา ก็ให้กดรับรหัสใหม่ แต่เมื่อกดซ้ำๆ ระบบแจ้งว่าให้รอต่อไปอีก 10 นาที บางคนต้องลงทะเบียนกว่า 10 ครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ

ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่า รัฐบาล ไม่มีความโปร่งใสเพียงพอ ใน 3 ประเด็นคือ

  1.  มีการจัดซื้อจัดจ้างระบบไม่มีมาตรฐานที่รองรับกับประชาชนไว้เพียงพอ

2.  ด้วยสามารถกรอก Email แต่ก็ไม่สามารถกรอบรหัส OTP ผ่าน Email ได้หรืออื่นๆ ที่รองรับ

3.  เป็นระบบปิด ไม่สามารถตรวจสอบผู้ลงทะเบียนได้

4.  ไร้หน่วยงานตรวจสอบความโปร่งใส ของระบบ

อย่างไรก็ตาม จากการลงทะเบียนจากประชาชนทั่วประเทศ รัฐบาลต้องมีระบบ Online ที่มั่นใจว่าสามารถรองรับ Trafftic ที่เพียงพออีกทั้งระบบ SMS เป็นระบบมาตรฐานโลก ควรมีการส่งจากหลายพื้นที่ไม่ให้มีเพียงช่องทางเดียว ทั้งการออกแบบระบบ ยังขัดกับมาตรฐานโลก ที่ควรมีการเพิ่มช่องทางในการรับรหัสลับ OTP หรือ One Time Password ในหลายๆ รูปแบบ เช่น Email  ซึ่งตนก็ยังแปลกใจว่าทั้งๆ ที่มีฐานข้อมูลให้กรอก Emaill แต่ทำไม ไม่เพิ่มช่องทางที่ตอบรับรหัส OTP เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ทั้งนี้ระบบมาตรฐานโลกในการยืนยันตัวตน ยังสามารถยืนยันผ่านช่องทางอื่น ไม่ว่าจะเป็น Line , Facebook ระบบตอบรับทางโทรศัพท์ ได้แต่ทำไมไม่ทำให้รอบคอบ อีกทั้งหากกังวลว่าจะมีการลงทะเบียนซ้ำนั้นจะเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะยืนยันด้วยเลขบัตรประชาชน เลขทะเบียนหลังบัตร ชื่อสกุลพร้อมวันเดือนปีเกิด

นายนิยม กล่าวว่าประเด็นตรงนี้จึงขอให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความโปร่งใสในการทำงานของหน่วยงานที่ออกแบบระบบ ที่ไม่มีความโปร่งใสเพราะเป็นระบบปิด อีกทั้งเปิดลงทะเบียนในชั่วระยะเวลา หากมีการ Hack ข้อมูล ก็สามารถทำได้เป็นช่องทางที่ทำให้เกิดการคอร์รัปชันอย่างง่ายดาย อีกทั้งยังไม่มีช่องทางให้มีฝ่ายตรวจสอบ จากฐานข้อมูลที่มีประชาชนลงทะเบียนกว่า 3 ล้านคน รวมเป็นเงินเกือบ 10,000 ล้านบาท

อีกประการมีกลุ่มเจ้าของกิจการคนละครึ่ง มีการกระทำทุจริต โดยสิทธิประชาชนร่วมโครงการคนละครึ่ง หากไม่รับสิ่งของในจำนวนวันละ 300 บาท โดยครึ่งหนึ่ง คือ 150 บาท  แต่ถ้าหากรับเงินสดไปจะได้ 130 บาทจะถูกหักหัวคิว 20 บาท  ถ้า 100 คนจะเท่าไร? ดังนั้นจึงขอให้ทุกฝ่ายพิจารณาในเรื่องนี้

นายนิยม กล่าวว่า โครงการคนละครึ่ง ควรมีมาตรการที่สามารถเพิ่มช่องทางถึงประชาชนไม่มีความรู้ทางด้าน เทคโนโลยี บางหมู่บ้านอยู่ในป่าเขา ไม่มีแม้แต่ไฟฟ้า อย่างนี้โครงการคนละครึ่งจะเข้าถึงกลุ่มคนเหล่านี้ได้อย่างไร จะเป็นช่องทางให้เหล่ามิจฉาชีพ ในการลอบใช้สิทธิ์แทนกันทำให้การบริหารงบประมาณจากภาษีประชาชน ไม่เป็นประโยชน์ถึงกับทุกฝ่าย