อุทัยธานีกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหมก็ดังไม่แพ้แดนดินอื่น

131

รมช.มนัญญา’ เยี่ยมเกษตรกรกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ดันต่อยอดผ้าทอฝ้ายแกมไหม เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ 

10ธ.ค.63/รมช.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมจำหน่ายรังในพื้นที่ชุมชน 4 สปก.อุทัยธานี และพบปะรับฟังปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมหม่อนไหม ส.ป.ก.  ณ  อาคารเอนกประสงค์ ส.ป.ก. บ้านร่องตาที ตำบลลานสัก อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งพื้นที่ทำการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเป็นพื้นที่ในโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) ที่ ส.ป.ก. ได้ดำเนินการนำที่ดินแปลงว่าง เนื้อที่ประมาณ 3,000 กว่าไร่

สำหรับให้เกษตรกรเข้าทำประโยชน์ในรูปแบบแปลงรวมผ่านกระบวนการสหกรณ์ โดยสหกรณ์ปฏิรูปที่ดินระบำ จำกัด ขอเช่าที่ดินจาก ส.ป.ก. เนื้อที่ประมาณ 2,423-0-84 ไร่ และจัดให้สมาชิก 369 ราย ครอบคลุมพื้นที่หมู่ที่ 4, 6 และ 8 ตำบลระบำ และหมู่ที่ 7 และ 10 ตำบลลานสัก อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เกษตรกรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการเกษตร เช่น ปลูกผัก ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และมันสำปะหลัง โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมหม่อนไหม และ ส.ป.ก. ได้ส่งเสริมพัฒนาอาชีพให้กับเกษตรกรในพื้นที่โครงการ คทช. เช่น การพัฒนาต่อยอดหม่อนไหม เป็นผ้าทอฝ้ายแกมไหม และย้อมสีธรรมชาติเพื่อเพิ่มมูลค่า รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ packaging และเป็นตัวกลางในการกระจายสินค้าไปสู่ตลาด ตลอดจนเชื่อมโยงกับเครือข่ายสหกรณ์ ซูเปอร์มาเก็ตสหกรณ์ ต่อไป

ส่วนสมาชิกกลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในพื้นที่ชุมชน 4 มีสมาชิกจำนวน 53 ราย กลุ่มทอผ้าและทำเสื่อกก 20 ราย สหกรณ์มีแผนที่จะส่งเสริมการทอผ้าและทำเสื่อกก โดยจะดำเนินการจัดตั้งกลุ่มอาชีพเพื่อต่อยอดให้สามารถทำเป็นอาชีพหลักได้ เนื่องจากมีความมั่นคงในอาชีพ  มีตลาดรองรับที่แน่นอน ใช้เวลาเลี้ยงเพียง 22 วัน สามารถสร้างรายได้ประมาณ 9,000–14,000 บาท อย่างไรก็ตาม อาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม นับเป็นอีกอาชีพสำคัญที่เป็นทางเลือกให้เกษตรกรไทยในการสร้างรายได้ให้กับครัวเรือน จึงควรมีการส่งเสริม สนับสนุน เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ และเกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง ยั่งยืน

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน