เกิดอะไรขึ้นที่หนองเล็งทราย “พลเอกประวิตร” บุกถึงที่!

141

ชาวบ้านฮือ!เมื่อชลประทาน เดินหน้าโครงการพัฒนาหนองเล็งทราย จังหวัดพะเยา หวังเพิ่มปริมาณน้ำได้กว่า 20 ล้าน ลบ.ม. ระบุ มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 10,000 ไร่ คาดหวังพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนได้

7 ธ.ค. 63/ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจังหวัดพะเยา โดยมี นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ดร.สุดชาย พรหมมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2 นายปาโมกข์ ปิงเมือง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพะเยา และผู้เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ ณ โครงการพัฒนาหนองเล็งทราย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา

ทั้งนี้ นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า หนองเล็งทราย  เป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่  เป็นพื้นที่ นสล.(หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง) เนื้อที่ประมาณ 5,563  ไร่ มีพื้นที่รับน้ำ 200 ตารางกิโลเมตร ปัจจุบันมีความจุเก็บกักที่ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร(ล้าน ลบ.ม.) ตั้งอยู่ใจกลางของอำเภอแม่ใจ มีพื้นที่ครอบคลุมมากถึง 5 ตำบล จากทั้งหมด 6 ตำบลของอำเภอแม่ใจ ปัจจุบันสภาพของหนองเล็งทราย มีสภาพตื้นเขิน สาเหตุเกิดจากตะกอนดินที่ไหลมาจากลำห้วยต่างๆ  ที่ไหลลงสู่หนองเล็งทราย ทำให้หนองเล็งทรายมีความตื้นเขินไม่สามารถเก็บกักน้ำได้อย่างเต็มศักยภาพในฤดูฝน ในส่วนของการจัดการน้ำและการดูแลบำรุงรักษา ชาวอำเภอแม่ใจจะใช้ประโยชน์จากหนองเล็งทราย เป็นแหล่งน้ำดิบในการผลิตน้ำประปาเพื่ออุปโภคบริโภค ปีละประมาณ 720,000 ลบ.ม. หรือเฉลี่ยเดือนละประมาณ 60,000 ลบ.ม. และยังมีพื้นที่การเกษตรรอบหนองเล็งทรายอีกประมาณ 10,000 ไร่ ที่ใช้น้ำจากหนองน้ำแห่งนี้

สำหรับแนวทางการพัฒนาหนองเล็งทราย นั้น โครงการชลประทานพะเยา ได้ดำเนินการตามแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่หนองเล็งทราย โดยการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำ(ฝาย คสล.เดิม) ด้วยการก่อสร้างฝายพับได้ เพื่อให้สามารถเก็บกักน้ำได้เพิ่มมากขึ้น มีการปรับปรุงและฟื้นฟูร่องน้ำเดิม ให้มีขนาดกว้าง 100 เมตร ยาว 11 กิโลเมตร รวมทั้งฟื้นฟูแก้มลิง พร้อมอาคารประกอบพื้นที่ประมาณ 200 ไร่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงาน หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถเพิ่มปริมาณน้ำในหนองเล็งทรายได้กว่า 20 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 10,000 ไร่ อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนได้อีกทางหนึ่งด้วย

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน