“เฉลิมชัย”สั่งเทกำลังพลช่วยพี่น้องภาคใต้

66

“ดร.ทวีศักดิ์” จัดแถวเจ้าหน้าที่ชลประทาน ร่วมด้วยช่วยกันเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ชุมชน ลดผลกระทบต่อพี่น้องชาวใต้ให้มากที่สุด

3ธ.ค.63/ ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศมาเลเซีย ทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย และเกิดภาวะน้ำท่วม ล่าสุดนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้กรมชลประทาน นำเครื่องจักร เครื่องมือ เข้าให้การช่วยเหลือโดยเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ชุมชนให้เร็วที่สุด

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ซึ่งปัจจุบันยังคงมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ และคาดว่าปริมาณฝนจะเริ่มลดลงตั้งแต่วันนี้ (3 ธ.ค. 63) เป็นต้นไป โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าประจำยังจุดเสี่ยงและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ เพื่อเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ในทันทีหากเกิดวิกฤติ สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ มีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง สงขลา ตรัง และนราธิวาส ส่วนที่จังหวัดที่เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว 1 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสตูล

อย่างไรก็ตามในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช มีฝนตกหนักในพื้นที่ต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. ถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ระดับน้ำในลำคลองเพิ่มสูงขึ้นเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งขณะนี้ยังคงพื้นที่น้ำท่วมขังรวม 16 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.พระพรหม อ.ชะอวด อ.หัวไทร อ.ลานสกา อ.เชียรใหญ่ อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.สิชล อ.นบพิตำ อ.ท่าศาลา อ.ขนอม อ.ปากพนัง อ.ทุ่งสง อ.จุฬาภรณ์ อ.พิปูนและ อ.นาบอน สถานการณ์น้ำในคลองท่าดี และแม่น้ำตาปี มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มคาดว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

ดร.ทวีศักดิ์ กล่าวว่า เพื่อเป็นการช่วยเหลือประขาชนอย่างเร่งด่วนนั้น สำนักงานชลประทานที่ 15 ได้ทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 27 เครื่อง ช่วยเร่งระบายน้ำในพื้นที่อ.เมือง 7 เครื่อง อ.ชะอวด 5 เครื่อง อ.ปากพนัง 12 เครื่อง  อ.ทุ่งใหญ่ 3 เครื่อง พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 22 เครื่อง ในเขตพื้นที่เทศบาลนครนครศรีธรรมราช จำนวน 15 เครื่อง และในเขต อ.ปากพนังจำนวน 7 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากตัวเมือง เพื่อลดผลกระทบของพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน