เคาะทุกกระทรวงลดขั้นตอนลดภาระการแก้ไขปัญหาประเทศ

86

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี พร้อมบูรณาการทุกกระทรวงเพื่อลดขั้นตอนและลดภาระในการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ

30พ.ย.63/ นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ครั้งที่ 6/2563 โดยมีผู้ช่วยรัฐมนตรีของทุกกระทรวงเข้าร่วม ณ ห้องประชุมธารทิพย์ 01 อาคาร 99 ปี มล.ชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน ซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการนำเสนอผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่

1) การบริหารจัดการสินค้าเกษตร ภายใต้หลักการ “ตลาดนำการผลิต” โดยได้มีการนำเสนอผลการดำเนินงานสินค้าเกษตรที่สำคัญ คือ ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ผลไม้ ปศุสัตว์ ประมงและการแก้ไขปัญหา IUU

2) การบริหารจัดการฝุ่น การเผาในพื้นที่เกษตร ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้มีแนวทางในการป้องกันการเผาเศษซากพืช วัชพืช และเศษวัสดุการเกษตร โดยได้มีการประสานกับกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารภัยแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ มีแนวทางปฏิบัติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แบ่งการดำเนินงานใน 3 ขั้นตอน ทั้งการป้องกัน การยับยั้ง/เผชิญเหตุ และการแก้ไข/ฟื้นฟู มีกลไกการขับเคลื่อนผ่านศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร โดยจะรายงานสถานการณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยตรง

3) การเยียวยา ฟื้นฟูเกษตรกร ผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 โดยมีโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชยให้กับภาคประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งมีเกษตรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ 7 หน่วยงานรับขึ้นทะเบียน คือ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมหม่อนไหม การยางแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย และกรมสรรพสามิต มีผลการโอนเงินช่วยเหลือเกษตรกรตามโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม – 30 กันยายน 2563 มีเกษตรกรที่ได้รับการช่วยเหลือทั้งสิ้น จำนวน 7.57 ล้านราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 113,304.4 ล้านบาท

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังมีโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งมีโครงการที่กระทรวงเกษตรฯ เสนอผ่าน สศช. และผ่านการอนุมัติจากมติ ครม. เรียบร้อยแล้วนั้น รวมทั้งสิ้น 36 โครงการ โครงการภายใต้แผนงาน 3.1 (เพิ่มศักยภาพและยกระดับการผลิต) จำนวน 3 โครงการ และโครงการภายใต้แผนงาน 3.2 (เศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจชุมชน) จำนวน 33 โครงการ รวมถึงมีมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้กู้ยืม (ลูกหนี้กองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน) ด้วย และ

4) การบริหารจัดการน้ำ

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการหารือในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ 1) ปัญหาและอุปสรรคการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน ส.ป.ก. 2) การขอรับความสนับสนุนหรือขอความร่วมมือในการจัดหาเครื่องจักรกลและเครื่องมือทางการเกษตรให้แก่เกษตรกรในท้องที่ที่ขาดแคลน 3) การพิจารณาทบทวนการออกหลักฐาน กสน.5 ในที่ดินที่ได้มีการประกาศสงวนหวงห้ามไว้ตามกฎหมายอื่นก่อนแล้ว 4) การแก้ไขปัญหาราคาข้าว และ 5) การสร้าง Trust Mode ประเทศด้านการเกษตร – อุตสาหกรรมในรูปแบบเครือข่าย โดยในที่ประชุมได้มอบหมายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นหน่วยงานหลักในการประสานความร่วมมือเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรและการแปรรูปอาหารใฟ้เป็นระบบครบวงจร

อย่างไรก็ตามในการประชุมครั้งนี้ระหว่างการประชุม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เดินทางมามอบนโยบายและการบูรณาการความร่วมมือในการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล โดยนายเฉลิมชัย กล่าวว่า คณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีถือเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวเดียวกัน ซึ่งกรรมการทุกคนเป็นส่วนสำคัญในการช่วยรัฐบาลเป็นอย่างมาก เพราะมาช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาล จึงขอถือโอกาสนี้ในนามของรัฐบาลกล่าวขอบคุณทุกท่านที่ทุ่มเทในการทำงาน และช่วยผลักดันให้นโยบายรัฐบาลสามารถขับเคลื่อนเป็นอย่างดี รัฐบาลอยากเห็นการทำงานร่วมกันในทุกภาคส่วน ถ้ามีการบูรณาการร่วมกันที่ดีก็จะทำให้ลดขั้นตอนและลดภาระในการแก้ปัญหาให้กับประเทศ และหากมีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่องจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย

กัลฑภรณ์ สุขเย็น รายงาน