“ผู้ตรวจการแผ่นดิน” มึน! ตำรวจถูกร้องเรียนสูงสุด

190

ผู้ตรวจการแผ่นดินประกาศผลประกวดสโลแกน “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” และเปิดตัว Line Official Account : @OMBUDSMAN พร้อมแถลงผลงานประจำปี 2563 เผยสถิติรับเรื่องร้องเรียนพบประเด็นเกี่ยวกับตำรวจสูงสุด

27พ.ย.63 / พลเอกวิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่าได้ประกาศผลและมอบรางวัลกิจกรรม “เวทีของคนช่างคิด (Ombudsman Awards)” การประกวดสโลแกน ในแนวคิด ombudsman องค์กรตรวจสอบอำนาจรัฐ พร้อมเปิดตัว LINE Official:@OMBUDSMAN ,  Line Chatbot , Line Stickers ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และแถลงผลงานประจำปี 2563  โดยสถิติรับเรื่องร้องเรียนที่ผ่านมา (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563) มีเรื่องร้องเรียน จำนวน 4,948 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จจำนวน 3,059 เรื่อง อยู่ระหว่างดำเนินการ 1,889 เรื่อง สำหรับสถิติการรับเรื่องร้องเรียนตั้งแต่ก่อตั้งสำนักงานปี 2543 ถึงปีงบประมาณ 2563 รับเรื่องร้องเรียนทั้งสิ้น จำนวน 50,489 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จจำนวน 48,598 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 96.25 พบประเด็นร้องเรียนเกี่ยวกับตำรวจสูงสุด รองลงมาเป็นการเมืองและการปกครองส่วนท้องถิ่น

การจัดงานครั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคส่วนได้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน และถ่ายทอดความคิด ผ่านสโลแกนที่จะสะท้อนถึงหน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน ในแนวคิด “ผู้ตรวจการแผ่นดิน (ออมบุสแมน) องค์กรตรวจสอบอำนาจรัฐ” ซึ่งโครงการนี้เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 เป็นต้นมา มีนักเรียน นักศึกษา รวมถึงประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมจากทั่วประเทศ ส่งผลงานเข้าประกวด 163 ผลงาน โดยผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม A โดย นายอติชาต ศรีธีระวิโรจน์ ผลงานสโลแกน “ตรวจสอบรัฐช่วยประชา แก้ปัญหาไม่ชอบธรรม”  รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม Justice Power โดยนางสาวศิรภัสสร จำปา และคณะ ผลงานสโลแกน “ตรวจสอบอย่างโปร่งใส วินิจฉัยโดยชอบธรรม” และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม 30 Young แจ๋ว โดยนายกิตติพศ พึ่งงาม ผลงานสโลแกน “ตรวจสอบอำนาจรัฐ ขจัดความไม่เป็นธรรม”

พลเอก วิทวัส กล่าวว่า ตลอด 20 ปีในการปฏิบัติภารกิจเพื่อเดินหน้าแก้ไขเยียวยาบรรเทาทุกข์ของประชาชน ผู้ตรวจการแผ่นดินตั้งอยู่บนหลักการทำงานขององค์กรอิสระ คือ“กล้าหาญ สุจริต และเที่ยงธรรม” และพร้อมเดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 21 ด้วยการยกระดับและพัฒนางานด้านสอบสวนให้เทียบเท่าสากล มีการดำเนินงานอย่างรัดกุม รวดเร็ว ด้วยการใช้เทคโนโลยีให้สามารถรองรับระบบการแสวงหาข้อเท็จจริงได้หลากหลายมิติและทันเหตุการณ์ยิ่งขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยล่าสุดได้พัฒนา  2 ช่องทางใหม่ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการร้องเรียนของผู้ตรวจการแผ่นดินได้ตลอด 24 ชั่วโมง คือ Line Official  : @Ombudsman ซึ่งเมื่อประชาชนเพิ่มเพื่อน ใน ID @Ombudsman แล้ว สมาชิกสามารถติดต่อ สอบถาม เข้ามาพูดคุย ในทะเบียนดังกล่าวของสำนักงานได้ พร้อมทั้งสามารถเชื่อมโยง (Link) ไปยัง Application การร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน และเว็บไซต์ของสำนักงาน รวมถึงสามารถดาวน์โหลด E-Book ของสำนักงาน และภาพข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ ตลอดจนการเชื่อมโยงกับคิวอาร์โค๊ดต่างๆ ของสำนักงาน

สำหรับอีกหนึ่งช่องทาง คือ LINE Chatbot  ระบบการตอบคำถามโดยอัตโนมัติที่จะส่งคำตอบข้อมูลที่เป็นสาระความรู้ เมื่อมีผู้สอบถามเข้ามาในระบบ ซึ่งสำนักงานได้จัดทำชุดคำตอบที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน ช่องทางการร้องเรียน ช่องทางการติดต่อมายังสำนักงาน ทำเนียบผู้ตรวจการแผ่นดิน และผู้บริหารของสำนักงาน รวมถึงมีกิจกรรมร่วมสนุกต่างๆ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์แบบสองทาง ( Two Way Communication) สามารถทราบผลตอบรับหรือ Feedback ของกลุ่มเป้าหมายได้ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ วันนี้ได้เปิดตัว LINE Stickers  ในชุด Ombudsman Boy และ Ombudsman Girl ซึ่งผู้สนใจสามารถ download สติ๊กเกอร์ของสำนักงาน หรือส่งเป็นของขวัญให้กับเพื่อนได้ ซึ่งการเพิ่มช่องทางการสื่อสารทาง LINE Application นี้มุ่งเป้าให้เป็นสื่อกลางในการสื่อสารกับประชาชน ได้สะดวก รวดเร็ว สามารถเข้าถึงและใกล้ชิดประชาชนได้มากยิ่งขึ้น

ในส่วนแนวคิดเรื่องการยกระดับมาตรฐานการดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนของผู้ตรวจการแผ่นดิน จะมุ่งให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเชิงระบบซึ่งถือเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน จากการศึกษาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน โดยผู้เชี่ยวชาญที่ทรงความรู้เรื่องนั้น ๆ ควบคู่ไปกับการบูรณาการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมกันแก้ไขปัญหา เพื่อลดการร้องเรียนในกรณีคล้ายกัน

ที่ผ่านมามีเรื่องร้องเรียนที่ส่งผลกระทบต่อสาธารณชนในวงกว้างและได้แก้ไขเชิงระบบ เช่น การแก้ไขปัญหาความปลอดภัยทางน้ำ ผลักดันให้เกิดมาตรการอย่างเป็นรูปธรรมในการแจ้งเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องการส่งข้อมูลข่าวสารแจ้งเตือนภัยธรรมชาติผ่านบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวและประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยได้รวดเร็วสามารถหลีกเลี่ยงหรือเตรียมตัวตั้งรับกับสถานการณ์การเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ อย่างทันท่วงที ไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับมาตรการต่างๆของรัฐในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการผลักดันยกเลิกการใช้สารเคมีอันตรายทางการเกษตรกรรม ประกอบด้วย พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ซึ่งภาครัฐบรรจุไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2561-2580 มีสาระสำคัญมุ่งสู่การเลิกใช้สารเคมีในภาคเกษตร และให้เพิ่มพื้นที่และปริมาณการผลิตเกษตรอินทรีย์ต่อไป

สำหรับในด้านความร่วมมือกับต่างประเทศได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) กับประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนที่อาศัยอยู่ในระหว่างทั้งสองประเทศร่วมกัน พัฒนาช่องทางการร้องเรียนและยกระดับวิชาชีพของผู้ตรวจการแผ่นดินในภูมิภาคแปซิฟิก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้

พลเอกวิทวัส กล่าวว่าเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานสัมมนาวิชาการนานาชาติเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี การก่อตั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน หัวข้อ“Ombudsman in a changing world: resilience amidst challenges” (ผู้ตรวจการแผ่นดินในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง : ปรับตัวอย่างไรกับความท้าทายที่เกิดขึ้น) ซึ่งได้ผลักดันให้เกิดความร่วมมือพหุภาคีระหว่างองค์กรผู้ตรวจการแผ่นดินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และองค์กรจัดการเรื่องร้องเรียนในภูมิภาคที่ไม่ได้เป็นสมาชิกอาเซียน หรือ “South East Asian Ombudsman Forum : SEAOF” เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจตามกฎหมายของสมาชิก ทั้งเชิงวิชาการ

รวมถึงการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้อำนาจรัฐ และการดำเนินการศึกษาวิจัยในประเด็นที่มีผลกระทบต่อส่วนรวมในระดับภูมิภาคโดยนำผลการศึกษาวิจัยไปพิจารณาจัดทำข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานรัฐโดยภาพรวม เพื่อพัฒนากระบวนการให้บริการภาครัฐให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนต่อไป

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน