“วราวุธ”ลุยเชียงรายแก้ปัญหาไฟป่า-หมอกควัน

12

รมว.ทส.ลงพื้นที่ จ.เชียงราย ติดตามการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่า-หมอกควัน ย้ำเน้นสร้างความเข้าใจประชาชนต้องมีส่วนร่วม ตั้งเป้าลดปัญหาหมอกควันในปี 64

20พ.ย.63 / นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อมอบนโยบายแนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน ให้หน่วยงานในสังกัด โดยมี  นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายบุญเกิด ร่องแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย ได้รายงานการดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ในการนี้มี      นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตลอดจนคณะผู้บริหารในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้เข้าร่วมการประชุม ณ ศูนย์ฝึกอบรมที่ 4 จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 19 พ.ย.63

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในปีนี้หน่วยงานในสังกัด ได้ร่วมกันประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ และมีความตั้งใจปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลัง ตามนโยบายของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี ท่านพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งให้ความสำคัญทางด้านการป้องกันมิให้เกิดปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นควันจากการเผาไหม้ในภาคเหนืออย่างที่ผ่านมา หน่วยงานต่าง ๆ ได้ร่วมกันบูรณาการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ทั้งนี้ในการทำงานอยากให้ทุกภาคส่วนเน้นสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนก่อน ว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้วกับปัจจุบันต่างกัน วิถีก็ต้องมีการปรับเปลี่ยน

อย่างไรก็ตาม วันนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำลังทดลอง Application การจองเผาพื้นที่ทำการเกษตร ซึ่งเป็นการจองช่วงเวลาในการเผาของแต่ละอำเภอ รัฐบาลพยายามหาทางอะลุ้มอล่วยให้ทุกคน รัฐไม่อยากสร้างปัญหาให้ประชาชนแต่จะมาช่วยแก้ปัญหา โดยเราต้องหาทางออกร่วมกัน คนละครึ่งทาง การเผาในที่โล่งแจ้งไม่อยากให้เกิดขึ้น การดำเนินคดีไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะการดำเนินคดีนั้นหมายความว่าทรัพยากรธรรมชาติได้ถูกทำลายไปแล้วแต่จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดการเผา

สำหรับพื้นที่ที่ยังไม่มีการไหม้ให้ตรวจให้พร้อม อาจมีพลังงานเชื้อเพลิงสะสมอยู่ ทั้งนี้ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ถ้าทุกคนช่วยกันเก็บชนวนเชื้อเพลิง ทั้งใบไม้ กิ่งไม้ หรือเศษวัสดุทางการเกษตร นำมาแปรสภาพให้เกิดประโยชน์ แล้วไปขายก็จะเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในชุมชน ทั้งยังสามารถลดปริมาณการเผาในฤดูกาลที่จะเกิดขึ้นในปี 2564 ได้อีกด้วย ในขณะนี้มีหลายบริษัทได้แจ้งความประสงค์จะรับซื้อในปริมาณถึง 400-500 ตัน นับเป็นปริมาณที่สูงมาก การลดเชื้อเพลิงในฤดูกาลเผา คือช่วงเดือนมกราคม ถึงเมษายน จะช่วยลดอัตราการเกิดไฟป่า ฝุ่นควัน หมอกควันได้

รมว.ทส กล่าวว่า โครงการปลูกป่าป้องกันไฟป่าถือเป็นจุดเริ่มต้นการแก้ไขปัญหาหลาย ๆ ปัญหาของประเทศไทย ซึ่งการปลูกต้นไม้จะช่วยลดปัญหาหลายๆอย่างที่อาจเกิดขึ้นได้ โครงการปลูกป่าป้องกันไฟป่าตาม        พระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ถือเป็นโครงการสำคัญ การประสานงานและบูรณาการร่วมกันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ทั้งนี้อยากให้ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้เร่งตรวจสอบพื้นที่ที่อาจมีเชื้อเพลิงสะสม ให้ร่วมมือทุกหน่วยงานทำความเข้าใจกับประชาชนให้เห็นถึงปัญหาความสำคัญของ PM 2.5 และการเผา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นเพียงฝ่ายป้องกัน ส่วนผู้ที่จะแก้ปัญหาไฟป่าต้องมาจากกลุ่มเกษตรกร และกลุ่มชาติพันธุ์ หากทุกคนมีความเข้าใจในการเผา เลือกเผาให้ถูกช่วงเวลา ปัญหาไฟป่าก็จะลดลง ฝากทุกหน่วยงานราชการในภาคเหนือให้ทำความเข้าใจกับประชาชน ให้ทุกคนเตรียมตัวป้องกันให้ดีก็จะไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว และขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านทำงานด้วยความซื่อสัตย์ยึดมั่นในพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  สืบสาน รักษา ต่อยอด ต่อไป

จากนั้น ในช่วงบ่าย คณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เดินทางไปที่อุทยานแห่งชาติขุนแจ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย รอยต่ออำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าผู้ปฏิบัติงาน เยี่ยมชมนิทรรศการการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ พร้อมพบปะ พูดคุย ทักทายประชาชน และกลุ่มชาติพันธุ์ที่มาร่วมงานอย่างเป็นกันเอง และร่วมสร้าง “เสวียน” ล้อมต้นไม้ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านแบบล้านนา ในการนำไม้ไผ่สานรอบโคนต้นไม้ แล้วนำเศษใบไม้นำมาใส่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพ เพื่อเป็นการใส่ปุ๋ยบำรุงต้นไม้แบบไม่ใช้สารเคมี และเป็นการลดเชื้อเพลิงในการเกิดไฟป่าจากนั้นได้ปลูกต้นรวงผึ้ง และร่วมทำแนวกันไฟกับเจ้าหน้าที่ กลุ่มเครือข่ายไฟป่า ก่อนจะเดินทางต่อไปจังหวัดเชียงใหม่       เพื่อเตรียมปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดลำพูนในวันถัดไป

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน