แล้งนี้ปัญหาฝุ่นจิ๋วไฟป่าหมอกควันกำลังจะมา

191

ทส.เดินหน้าทดลองใช้ระบบบัญชาการดับไฟป่า เน้นการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างมีส่วนร่วม

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) ร่วมกับสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (สบนร.) จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการการบันทึกข้อมูลและทดลองใช้ระบบบัญชาการดับไฟป่าของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใน 17 จังหวัดภาคเหนือ และแบ่งปันประสบการณ์การดำเนินกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์ ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติแบบมีส่วนร่วม ระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2563 ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว จังหวัดเชียงใหม่

19 พ.ย.63/ นายพงศ์บุณย์ ปองทอง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการการบันทึกข้อมูลและทดลองใช้ระบบบัญชาการดับไฟป่าของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใน 17 จังหวัดภาคเหนือ และแบ่งปันประสบการณ์การดำเนินกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์ และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติแบบมีส่วนร่วม ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการฯ พร้อมด้วย นายศักดิ์ชัย จงกิจวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า นายเกรียงศักดิ์ ถนอมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) และคณะเจ้าหน้าที่ในสังกัด เข้าร่วมโครงการฯ เมื่อวันที่ 18 พ.ย.63

นายจงคล้าย วรพงศธร รอง ออส. กล่าวว่าปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศประเภท PM 2.5 และมีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกปี ส่งผลกระทบต่อปัญหาด้านสุขภาพ อนามัย วิสัยทัศน์ การท่องเที่ยว การดำรงชีวิต และเศรษฐกิจของประเทศและตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบต่อมาตรการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (สบนร.) ได้นำเสนอซึ่งรวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบการบัญชาการดับไฟป่าให้มีความเป็นปัจจุบันมากที่สุด

“โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการการบันทึกข้อมูลและทดลองใช้ระบบบัญชาการดับไฟป่าของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใน 17 จังหวัดภาคเหนือ และแบ่งปันประสบการณ์การดำเนินกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์ และดูแลรักษาทรัพยากร ธรรมชาติแบบมีส่วนร่วม มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการระบบบัญชาการเหตุการณ์ดับไฟป่าโดยใช้เทคโนโลยีในรูปแบบ Real time ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินกิจกรรม เพื่อการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติแบบมีส่วนร่วมอีกทั้งเพื่อสร้างความร่วมมือในการช่วยกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษา” รอง ออส. กล่าว

ด้านนายพงศ์บุณย์ ปองทอง รอง ปก.ทส. กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงความสำคัญ และมุ่งมั่นเพื่อดำเนินการในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวตลอดมา และตามที่นายกรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบต่อมาตรการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี ได้เสนอ ซึ่งรวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบการบัญชาการดับไฟป่าให้มีความเป็นปัจจุบันมากที่สุด โดยพิจารณาความเป็นไปได้ในการเพิ่มข้อมูลสถานะไฟป่าจากดาวเทียมขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (NASA) และข้อมูลความพร้อม ตลอดจนพิกัดที่เป็นปัจจุบันของหน่วยดับไฟป่าของทุกหน่วยงานให้มีการรายงานตรงต่อห้องบัญชาการหรือ war room เพื่อรับมือกับไฟป่าในแต่ละจังหวัดในภาคเหนือ ซึ่งจะมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ โดยให้เริ่มดำเนินการโครงการนำร่องที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นต้นแบบ ในการทดลองใช้ระบบบัญชาการดับไฟป่า และเป็นโครงการนำร่องในการปฏิบัติงานดับไฟป่า ในรูปแบบ Real time ต่อไป และจะสามารถบูรณาการความร่วมมือในการช่วยกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุด

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน