สามพรานโมเดลปั้นสังคมอินทรีย์สังคมสุขใจครั้งที่ 7

222

สามพรานโมเดล และจ.นครปฐม รวมพลังภาคี รุกคืบขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์จัดงานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 7 ที่สวนสามพราน  11-13 ธันวาคม นี้  ชูคอนเซ็ปต์ “เราปรับ…โลกเปลี่ยน” พร้อมเปิดตัวสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย -เส้นทางเที่ยววิถีอินทรีย์-ธุรกิจเกื้อกูลสังคม

นายอรุษ นวราช  เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ ผู้ริเริ่มการขับเคลื่อนสามพรานโมเดล และประธานจัดงานสังคมสุขใจ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ได้ปลุกให้ทุกคนให้หันมาใส่ใจกับการดูแลสุขภาพเชิงรุกมากขึ้น  ตลอดจนให้ความสำคัญกับการเลือกอาหารที่ปลอดภัย ที่ผลิตในระบบอินทรีย์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเองและครอบครัว  อีกทั้งใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ส่งผลทำให้งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 7

สำหรับในปีนี้ มีความพิเศษกว่าทุกปี  ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เราปรับ…โลกเปลี่ยน”  ชีวิตวิถีใหม่ ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์สู่ชีวิตที่สมดุล    โดยมุ่งเน้นให้ทุกคนได้มีเรียนรู้ มีการปรับตัว มีส่วนร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง โดยสามารถมาหาแรงบันดาลใจ องค์ความรู้ ผลิตภัณฑ์ เครือข่าย จากในงานสังคมสุขใจ แล้วกลับไปทำ หรือไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเรื่องการพึ่งพาตนเอง การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ลดต้นทุน เพิ่มรายได้   รวมถึงหันมาบริโภคอาหารอินทรีย์ ซื้อวัตถุดิบอินทรีย์ตรงจากเกษตรกร  ตลอดจนมามีส่วนร่วมขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์

ด้าน นายรัฐศาสตร์  ชิดชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม  กล่าวว่า ภายใต้แนวคิดชีวิตวิถีใหม่ ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ “เราปรับ…โลกเปลี่ยน”  มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์และวิสัยทัศน์ของจังหวัด ที่มุ่งส่งเสริมให้นครปฐม เป็นเมืองเกษตรและอุตสาหกรรมปลอดภัย แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรม สังคมแห่งความรู้ และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี   โดยเฉพาะเรื่องการพึ่งพาตนเอง การดูแลสุขภาพ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ทางจังหวัดจึงยินดีสนับสนุนและขอเชิญชวนให้ประชาชน ในนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียงได้มาเที่ยวงาน สังคมสุขใจ

ความพิเศษของงานสังคมสุขใจ คือเป็นงานประจำปีที่รวมพลคนอินทรีย์ทั้งห่วงโซ่ คือต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ  รวมถึงมีพืชผัก ผลไม้สินค้าอินทรีย์ที่มั่นใจได้จากทั่วประเทศ มาให้ช้อปเปลี่ยนโลก ช้อปสุขภาพดี ครบจบในงานเดียว โดยมีบูธสินค้าของเกษตรกรอินทรีย์จากทั่วประเทศ รวมกว่า 150 บูธ ที่พร้อมใจกันนำผลผลิตอินทรีย์ สดใหม่จากฟาร์ม  มาส่งมอบให้ผู้บริโภค   โดยพื้นที่จัดงานในปีนี้จะใช้บริเวณหมู่บ้านปฐม ออร์แกนิก วิลเลจ   หมู่บ้านแห่งการเรียนรู้ ในสวนสามพราน  ที่พร้อมเปิดให้ทุกคนได้สัมผัส เรียนรู้และเห็นความเชื่อมโยงของวิถีชีวิตอินทรีย์ทั้งห่วงโซ่  ทั้งการปลูก การแปรรูป การตลาด การทำปัจจัยการผลิต การจัดการขยะ  โดยใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน  การพึ่งพาตนเอง  ที่ทำให้เพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่าย มีสุขภาพดี  โดยมีวงจรฟาร์ม ฐานสาธิต ให้ทุกคนในครอบครัว รวมถึงเด็กๆ ได้ทดลองทำ สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง

ขณะเดียวกัน ในงานสังคมสุขใจครั้งที่ 7  ยังจะมีการเปิดตัวสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทยเป็นครั้งแรกในประเทศไทย  (TOCA: Thai Organic Consumer Association) เพื่อเชื่อมโยงคนทั้งห่วงโซ่ คือ เกษตรกรอินทรีย์ ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ให้มารู้จักกัน โดยเฉพาะผู้บริโภค ที่ TOCA  จะมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับให้ผู้บริโภคมีความรู้ มีความเข้าใจ และมามีส่วนร่วมเป็น Active Consumers  และจะมีการอัพเดทข้อมูลข่าวสาร สถานการณ์ ตลอดจนช่วยบริหารจัดการเครื่องมือ  TOCA Platform  ที่จะเปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบต้นปีหน้า เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงแหล่งอาหารอินทรีย์   ซื้อผลผลิตตรงจากเกษตรกร  หรือจองทริปท่องเที่ยววิถีอินทรีย์  โดยในงานสังคมสุขใจจะมีการเปิดรับสมัครสมาชิก(ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ) และมีกิจกรรมสนุกๆ พร้อมรับของรางวัล ผ่าน Line @ ของTOCA

ขณะเดียวกัน ยังจะมีการเปิดตัวทริปท่องเที่ยววิถีอินทรีย์มากกว่า 20 เส้นทาง เพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกไปลงพื้นที่ฟาร์มจริง เยี่ยมบ้านเกษตรกรอินทรีย์   ทั้งแบบล่องคลองชมสวน  เข้าค่ายเปลี่ยนฝันให้เป็นจริง  เก็บผลผลิตตามฤดูกาลสดๆจากสวน  เรียนรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้าน  เทคนิคในแปลงอินทรีย์  ทั้งการเพาะ  การปลูก การทำปุ๋ยหมักสูตรต่างๆ  การทำสมุนไพรไล่แมลง  การขยายพันธุ์  การเก็บเกี่ยว และการแปรรูป

ที่สำคัญ ยังมีทั้งองค์กรและคนต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจ อาทิ คุณโจน จันได ที่พร้อมมาจุดประกายถ่ายทอดองค์ความรู้แบบไม่กั้ก ทั้งวิถีการทำเกษตรอินทรีย์ การพึ่งพาตนเอง การฝ่าวิกฤติโควิด   การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน และที่ต้องห้ามพลาดสำหรับองค์กร ที่จะได้เรียนรู้ จากองค์กรธุรกิจชั้นนำ  เช่น บริษัทแสนสิริ   บริษัทมั่นคงเคหะการ  ชีวจิต  บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล และ Sukina    ที่มาเป็นพันธมิตรกับสามพรานโมเดล โดยสามารถนำโมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม ไปขยายผลตอบโจทย์ความยั่งยืนได้ตามบริบทของแต่ละแห่ง  เช่นพีทีที โกลบอล เคมิคอล  มีการปรับมุมคิดงานซีเอสอาร์ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ร่วมพัฒนาเกษตรกรคนต้นน้ำ ให้ทำเกษตรอินทรีย์ โดยมีสามพรานโมเดล ไปให้ความรู้ การทำเกษตรอินทรีย์ในระบบรับรองอย่างมีส่วนร่วม และเชื่อมโยงกับแบรนด์ปฐม เพื่อแปรรูปผลผลิต ยกระดับให้เป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพแบรนด์พรีเมี่ยม

ภายในงานสังคมสุขใจครั้งที่ 7 ยังมีฐานกิจกรรม เวทีเสวนาสร้างสรรค์มากมายตลอด 3 วัน   “ด้วยแนวคิดของการจัดงาน เราปรับ..โลกเปลี่ยน งานสังคมสุขใจปีนี้ จะเป็นโอกาสของคนไทยที่ห่วงใยใส่ใจสุขภาพ ให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคมอินทรีย์ การเกื้อกูลสังคม และมีความสนใจอยากเริ่มต้นทำเกษตรอินทรีย์ อยากมีส่วนร่วมขับเคลื่อน  ได้มาเที่ยว มาเรียนรู้ มาหาแรงบันดาลใจ มาหาเครือข่ายพันธมิตร เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ตนเอง โดยตลอด 3 วัน เรามีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด  มีจุดเช็คอิน  เช็คเอ๊าท์ ตรวจวัดอุณหภูมิ  กำหนดเว้นระยะห่างทางสังคม  ประชาสัมพันธ์ให้มีการใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา มีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือบริการทุกจุด  พร้อมชวนทุกคนช้อปรักษ์โลกพกถุงผ้า ตระกร้า มาช้อปตลอดงาน

ท่ามกลางธรรมชาติและโลกที่เปลี่ยนแปลงไป  การสรรหาแนวทางใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืนได้ทั้ง 4 มิติ คือเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ  ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 7 “เราปรับ…โลกเปลี่ยน จึงเป็นคำตอบ  ที่ผู้สนใจมาได้ตลอด 3 วัน  (ไม่มีค่าใช้จ่าย) ระหว่างวันที่ 11-13  ธันวาคมนี้  ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม ตั้งแต่  เวลา 09.00-17.00 น.

สอบถามข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร 034 322 588-93 หรือติดตามกิจกรรมที่ Facebook/งานสังคมสุขใจ สวนสามพราน  https://www.facebook.com/SangkomSookjai

งานสังคมสุขใจครั้งที่ 7 ได้รับความร่วมมือสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ชีวจิต บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล โรงพยาบาลมหาชัย 2 ส่วนราชการจังหวัดนครปฐม แบรนด์ปฐม และสวนสามพราน

ปรัชญา รัศมีธรรมวงศ์ รายงาน