กตส. เปิดสัมมนา “ทิศทางการขับเคลื่อนภารกิจกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ปี 64 ”มุ่งนำพาสหกรณ์มีความเข้มแข็งด้านการเงินการบัญชี และเกษตรกรหวังมีภูมิคุ้มกันทางการเงิน

58
21 ต.ค.63/นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดสัมมนา  “ทิศทางการขับเคลื่อนภารกิจกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ปี 2564”   ได้กำหนดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์ สถาบันเกษตรกร และเกษตรกร เพื่อช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนผ่านระบบสหกรณ์ อันจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศชาติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม 
ที่สำคัญ ยังช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในการประกอบอาชีพ และช่วยส่งเสริมการออม เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย มีวินัยทางการเงินที่ดี สร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน
อย่างไรก็ตาม กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จึงเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญต่อการเสริมสร้างความเข้มแข็ง ให้กับสถาบันเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน ทั้งในด้านของการสอบบัญชีและวางระบบบัญชีให้กับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร สามารถจัดทำบัญชีและงบการเงินได้
ส่วนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อช่วยให้เกษตรกรรู้รายรับ รายจ่าย มองเห็นช่องทางในการลดต้นทุนการผลิต ลดรายจ่าย ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ช่วยส่งเสริมการออม และสร้างวินัยทางการเงินที่ดี อันเป็นการช่วยให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคง สามารถพึ่งพาตนเองได้
ทั้งนี้ยังรวมไปถึงการสร้างเสริมองค์ความรู้ทางบัญชีสู่เยาวชนและประชาชนทั่วไป ให้ได้เรียนรู้การจัดทำบัญชี เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประเมินและวางแผนการจัดระเบียบรายรับ รายจ่าย ช่วยแก้ปัญหาหนี้สิน รู้จักความพอมี พอกิน พอใช้ เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งแก่ตนเองและครอบครัว ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ปัจจุบันสหกรณ์ได้เข้ามามีบทบาทในภาคการเงินของประเทศเพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของเงินรับฝากและสินเชื่อ ซึ่งหากธุรกิจของสหกรณ์เกิดความคลอนแคลน ก็อาจส่งผลกระทบต่อระบบการเงินและการธนาคารของประเทศ และเนื่องจากเป็นสถาบันที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชน หากเกิดการทุจริตจะก่อให้เกิดผลกระทบและความเสียหายต่อประชาชนโดยตรง
นางสาวมนัญญา กล่าวว่า จึงมอบนโยบายให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ มุ่งเน้นการทำงานตรวจสอบระบบการเงิน การบัญชี การควบคุมภายใน และการดำเนินงานของสหกรณ์ ให้โปร่งใส ปราศจากการทุจริต เป็นไปตามมาตรฐาน และมีความรู้เท่าทันเทคโนโลยี ซึ่งหากสามารถตรวจพบแต่เนิ่น ๆ และอย่างทันท่วงที ก็จะสามารถระงับยับยั้ง หรือบรรเทาความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่พี่น้องประชาชนได้
นอกจากนี้ ได้มุ่งหวังให้บุคลากรผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่าง ๆ  มีการพัฒนาตนเองสู่ความเป็นมืออาชีพ รวมทั้งเตรียมความพร้อมสู่การปรับเปลี่ยนเป็นองค์กรดิจิทัล เพื่อให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และรูปแบบการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้นทุกวัน และร่วมกันบูรณาการเสริมสร้างความเข้มแข็งและนำพาสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรไทย
ด้าน นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่าได้กำหนดแผนกลยุทธ์เพื่อเป็นกรอบทิศทางการขับเคลื่อนภารกิจให้สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ ตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาล และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ให้ความสำคัญ       ในการพัฒนาภาคเกษตรให้มีความเข้มแข็งและสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน โดยกำหนดโมเดลการพัฒนาเป็น         “CAD ๔.๐ : Value – Based Strategies” ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้วยนวัตกรรม เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ “ภายในปี ๒๕๖๕ สหกรณ์และเกษตรกรมีความเข้มแข็งด้านการเงินการบัญชีที่มีคุณภาพ เชื่อถือได้” โดยมุ่งเป้าหมายการบริการ คือ สหกรณ์มีความเข้มแข็งด้านการเงินการบัญชี และเกษตรกรมีภูมิคุ้มกันทางการเงิน ประกอบด้วยกลยุทธ์ 3 ด้าน คือ
1.พัฒนาความเข้มแข็งด้านการเงินการบัญชีแก่สหกรณ์และสถาบันเกษตรกร มุ่งเน้นด้านการทำงานการสอบบัญชีของสถาบันเกษตรกรเป็นหลัก
2.ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการจัดทำบัญชีแก่เกษตรกร มุ่งเน้นด้านการทำงานการสอนจัดทำบัญชีแก่เกษตรกรและประชาชนทั่วไป เพื่อสร้างวินัยในการใช้จ่ายและสร้างความเคยชินในการออม นำมาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
3.พัฒนาระบบการบริหารจัดการสู่องค์กรดิจิทัล มุ่งเน้นด้านการพัฒนาองค์กรให้ทันสมัยรองรับการเปลี่ยนแปลงพร้อมให้บริการแบบมืออาชีพ
ในปีงบประมาณ 2564 กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ มีเป้าหมายในการพัฒนามาตรฐานการบัญชีและการสอบบัญชีแก่สหกรณ์และสถาบันเกษตรกร เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง และมุ่งสู่มาตรฐานสากล เช่น การพัฒนาระบบการควบคุมคุณภาพการสอบบัญชี เพื่อเพิ่มศักยภาพการจัดทำบัญชีและงบการเงิน ยกระดับชั้นคุณภาพการควบคุมภายใน การพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของสหกรณ์และสถาบันเกษตรกรให้สามารถนำข้อมูลทางบัญชีมาใช้ในการบริหารจัดการ สามารถพึ่งพาตนเองได้ ก่อให้เกิดประโยชน์แก่สมาชิกสหกรณ์และสถาบันเกษตรกรได้อย่างสูงสุด
นอกจากนี้ ได้พัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพระบบศูนย์ข้อมูลสารสนเทศทางการเงินของสหกรณ์เพื่อให้สมาชิก ผู้บริหาร ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและหน่วยงานภาครัฐ ได้รับรู้ถึงการขับเคลื่อนของภาคสหกรณ์ไทยต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และให้สหกรณ์ได้ใช้ประโยชน์จากการนำข้อมูลดังกล่าวไปวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน สถานภาพความผิดปกติทางการเงิน แนวโน้มการบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ยังรวมไปถึงการพัฒนาโปรแกรมระบบบัญชีสหกรณ์ ให้มีประสิทธิภาพ ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงและมีความพร้อมการใช้งานได้ต่อเนื่อง โดยการยกระดับโปรแกรมระบบบัญชีที่พัฒนาโดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ให้รองรับการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (National e – Payment) รองรับการทำงานรูปแบบ Cloud และยกระดับสหกรณ์ที่ดำเนินธุรกิจรวบรวมและแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร โดยนำร่องสินค้ากาแฟและน้ำนมดิบ
อีกทั้งการพัฒนาและปรับปรุงนวัตกรรมเพื่อสร้างข้อมูลที่มีคุณค่า (Smart4M) ให้มีเสถียรภาพเพิ่มขึ้น ที่สำคัญคือ การพัฒนาบุคลากรกรมตรวจบัญชีสหกรณ์สู่ความเป็นมืออาชีพ เตรียมความพร้อมสู่การปรับเปลี่ยนเป็นองค์กรดิจิทัลในอนาคต