กทม.พร้อมปะทะฝน

43

กทม.เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนอย่างต่อเนื่อง พร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

9 ต.ค.63/นายศักดิ์ชัย บุญมา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารจัดการและประสานงานแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 2/2563 โดยมี นายสมพงษ์ เวียงแก้ว ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา ร่วมประชุม

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่ากรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือนว่า ในช่วงวันที่ 7-9 ต.ค.63 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชัน และเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออก อ่าวไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบน ซึ่งส่งผลกระทบต่อกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่นั้น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนัก ก่อให้เกิดความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมขัง จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา สำนักเทศกิจ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองโรงงานช่างกล สำนักการคลัง และสำนักงานเขต 50 เขต ประชุมหารือร่วมกันทุกสัปดาห์ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ฝนตกหนัก ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือน อีกทั้งเป็นการบูรณาการประสานความร่วมมือการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานครเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อว่า วันนี้ที่ประชุมได้รายงานการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมายจากการประชุมครั้งที่แล้ว โดยจัดเจ้าหน้าที่เข้าประจำจุดเสี่ยงน้ำท่วม และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม ลดระดับน้ำในคลองสายหลัก เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝน

รวมถึงรายงานสถานการณ์ฝน สภาพอากาศจากศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร ซึ่งในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีฝนตกปานกลางถึงหนัก ปริมาณฝนสูงสุดที่จุดวัดประตูระบายน้ำคลองหลวงแพ่ง เขตหนองจอก 58.5 มม. คลองแสนแสบ-วัดทรัพย์ฯ เขตมีนบุรี 53.5 มม. ศูนย์ราชการ-ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ 53.0 มม. ประตูระบายน้ำคลองสามวา เขตคลองสามวา 52.5 มม. และศูนย์ป้องกันน้ำท่วมฯ เขตดินแดง 15.5 มม. ไม่มีรายงานจุดเร่งระบายน้ำในถนนสายหลักที่สำนักการระบายน้ำรับผิดชอบ

ทั้งนี้ฝนที่ตกมีปริมาณน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ อีกทั้งพายุดีเปรสชั่นได้สลายตัวเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ จึงไม่ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่จุดเสี่ยง

อย่างไรก็ตามกรุงเทพมหานคร ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ฝนอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดเก็บขยะและเศษใบไม้ที่อุดตันบริเวณตระแกรงรับน้ำในถนนสายหลัก ตลอดจนเตรียมพร้อมวัสดุอุปกรณ์ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมขังด้วย

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน