“ประภัตร”เขย่าขอนแก่น

31

ประภัตร’ ลงพื้นที่ขอบแก่นประชุมขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน จ.ขอนแก่น  ดันอาชีพทางเลือกเลี้ยงสัตว์-ปลูกพืชน้ำน้อย ส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้ ขณะที่ผวจ.ขานรับเร่งเดินหน้าโครงการฯ 

7 ต.ค.63/นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับ นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายอำเภอ เกษตรอำเภอ ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อรับฟังบรรยายสรุปและประเด็นปัญหาในพื้นที่ พร้อมมอบนโยบายในการปฏิบัติราชการ ณ ห้องประชุมแก่นเมือง ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น อ.เมือง จ.ขอนแก่น ว่า

ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีหน้าที่กำกับ ติดตาม เร่งรัด ช่วยเหลือเยียวยา และขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาระดับพื้นที่โดยเริ่มจากปัญหาที่เป็นความเดือดร้อนเร่งด่วน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็วทันเหตุการณ์ ซึ่งตนรับผิดชอบในระดับพื้นที่ จ.ขอนแก่น และ จ.ร้อยเอ็ด

นอกจากนั้น ยังให้มีคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด ซึ่งจังหวัดขอนแก่นได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธาน มีรองผู้ว่าราชการขอนแก่นทุกคนเป็นหัวหน้าคณะทำงาน

ที่ผ่านมาได้มีการประชุมร่วมกันโดยสรุปปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ เช่น ภัยแล้ง ที่ดินทำกิน การเลี้ยงปลาในกระชังในอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ด้านแรงงาน ตลอดจนมีประเด็นการพัฒนา

ที่สำคัญ คือ การแก้ไขปัญหาความยากจน Smart Farmer การเพิ่มผลผลิตปลาในพื้นที่ดินเค็มที่ไม่สามารถทำการเกษตรประเภทอื่นได้ (เพิ่มทางเลือกในการประกอบอาชีพด้านการเกษตร)

นายประภัตร กล่าวว่า ภาคการเกษตรประสบปัญหาจากฝนทิ้งช่วง ภัยแล้ง และอุทกภัย ดังนั้นเกษตรกรจึงต้องหาอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ได้ตลอดทั้งปี ซึ่งอาชีพด้านปศุสัตว์และการปลูกพืชสำหรับอาหารสัตว์นั้น สามารถยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้นได้ โดยวันนี้ได้มอบนโยบายในการส่งเสริมอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร จ.ขอนแก่นในทุกอำเภอกระจายอย่างทั่วถึง คือ 1. เลี้ยงสัตว์ (วัว แพะ แกะ ไก่ หมู กระบือ 2. ปลูกถั่วเขียวใช้น้ำน้อย 3. ปลูกขิง 4. หญ้าเนเปียร์ ข้าวโพด มันสำปะหลัง (เพื่อผลิตอาหารสัตว์)  5. แหนแดง และ 6. เลี้ยงจิ้งหรีด ซึ่งอาชีพดังกล่าวใช้เวลาไม่เกิน 4 เดือน สามารถสร้างรายได้ และยังเป็นที่ต้องการของตลาด

พร้อมกันนี้ ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เข้ามาตรวจสอบและรับรองให้เครื่องหมาย Q เพื่อให้ผู้รับซื้อมีความมั่นใจในคุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัย

“จ.ขอนแก่น มีพื้นที่ 6.8 ล้านไร่ พื้นท่ีทางการเกษตร 4.22 ล้านไร่ เขตการปกครอง 26 อำเภอ 199 ตำบล 2,334 หมู่บ้าน มีประชากร 1.8 ล้านคน 6.2 แสน ครัวเรือน ครึ่งนึงเป็นคนเมือง ดังนั้นจะต้องเร่งช่วยคนที่เหลือที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลไม่ทอ้งใครไว้ข้างหลังและให้มีรายได้ มีอาชีพ  เพราะหลังจากนี้จะเริ่มเข้าสู่ฝนทิ้งช่วง และภัยแล้ง วันนี้จึงได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งหาอาชีพทางเลือกให้กับเกษตรกร ตั้งเป้า เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 6,000 บาท/เดือน ซึ่งเป็นอาชีพที่ใช้น้ำน้อย หากทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนโครงการ จะประสบความสำเร็จ” นายประภัตร กล่าว

“ทั้งนี้ รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินโครงการภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ และกิจการที่เกี่ยวเนื่องฯ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถภาคปศุสัตว์ไทย (โคขุนกู้วิกฤต COVID-19)ในวงเงินสินเชื่อ 50,000 ล้านบาท โดยเกษตรกรต้องรวมกลุ่มจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน อย่างน้อย 7 คน กู้ได้ไม่เกินกลุ่มละ 10 ล้านบาท หรือกู้ 1 ล้านบาท ดอกเบี้ย 100 บาท โดยมีตลาดรองรับ ตลอดจนมีประกันราคาให้หากสัตว์เสียชีวิต จึงเป็นโอกาสของพี่น้องเกษตรกรได้มีอาชีพ สร้างรายได้ในช่วงวิกฤต” นายประภัตร กล่าว

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน