พระอาจารย์ซาคำแดง ที่สุดแห่งพระเกจิดังแห่ง สปป.ลาว

88

พระอาจารย์ซาคำแดง เกจิอาจารย์แห่ง สปป.ลาว

พระอาจารย์ซาคำแดง สำเร็จ”เตโชฌาณ” เกจิอาจารย์เมืองลาว เหรียญสร้างน้อย เด่นเหมือนแก้วสารพัดนึก มีไว้บูชาแล้ว เจริญรุ่งเรือง มั่งมีศรีสุข

เกจิอาจารย์ หรือพระภิกษุที่แตกฉานในวิชาต่างๆ เช่น เป็นพระนักเทศน์ เชี่ยวชาญด้านยาสมุนไพร มีวิชาอาคมแตกต่างกันตามแต่จะศึกษา ฯ

ในประเทศไทยนั้นมีเกจิอาจารย์มากมายที่จำได้ คือ หลวงปู่ทวด พระอาจารย์ธรรมโชติ หลวงปู่ศุข หลวงพ่อเงิน หลวงปู่ชาญ หลวงปู่ขาว อาจารฝั้น หลวงปู่แหวน พ่อท่านคล้าย ฯ เกจิเหล่านี้เป็นเกจิอาจารย์ที่ทำมีความเข้มขลังตามที่ได้ร่ำเรียนมาเพื่อช่วยเหลือผู้คนที่ได้เดือดร้อนจากที่หนักให้เบาลง จากเบาให้หาย

วันนี้จึงขอนำเสนอพระเกจิอาจารย์จาก สปป.ลาว ที่กล่าวว่าเป็นเกจิอาจารย์ที่สำเร็จ”เตโชฌาณ” นามว่า “พระอาจารย์ซาคำแดง”พระเกจิอาจารย์จาก สปป.ลาวที่ชาวลาว ชาวเขมร และชาวไทย ให้ความเคารพนับถือ

เหรียญหล่อโบราณพระอาจารย์ซาคำแดง เนื้อทองคำ ด้านหน้า/ด้านหลัง

ก่อนที่จะเข้าถึงชีวะประวัติและเหรียญของ”พระอาจารย์ซาคำแดง”ขอนำข้อมูลการแต่งตั้งสมณศักดิ์ของพระสงฆ์ของ สปป.ลาว เมื่อบวชเป็นพระสงฆ์”ครูบา”แลัวจึงถูกเรียก”พระมหา” ส่วนคำว่า”จัว”ในภาษาลาวหมายถึง”สามเณร” แต่คำว่าราซา หรือ”ซา” เป็นคำยกย่องพิเศษหรือเรียก เป็นสมณะศักดิ์พิเศษ

อย่างไรก็ตาม สมณะศักดิ์ สปป.ลาว ขั้นต้นของพระจะเป็น พระสมเด็จ(สมเด็จ) ขั้นต่อไปเป็น “พระซา” (พระราชาคณะ) ต่อมาเป็น”พระครู” พระครูหลักคำ พระลูกแก้ว พระยอดแก้ว สมณะศักดิ์ของพระสงฆ์ไทยกับพระสงฆ์ลาวจะกับกัน ของพระสงฆ์ไทย พระครู พระราชาคณะ สมเด็จ เข้าเรื่องราวอัศจรรย์ที่หลายๆท่านสงสัยว่า”พระอาจารย์ซาคำแดง บรมครู เจัาตำนานเตโชธาตุ ครูบัง แห่งเมืองจำปาศักดิ์ ได้มีครูอาจารย์หลายคนถาม “พระอาจารย์ซาคำแดงหรือหลวงปู่ใหญ่ซาคำแดง” ท่านมรณะภาพแล้วหรือยังและมีความเป็นมาอย่างไร

มีคำบอกเล่าของ”หลวงพ่อซาจารย์เฒ่า(สิงห์)และพ่อครูอาจารย์ถนอม มีเนื้อหาว่าเดิมอาจารย์ซาคำแดงจะไม่มีความเป็นมามากนัก และมักจะเป็นเนื้อหาที่อาจารย์ซาโหง่น(ศ๓) ได้เล่าไว้(ปัจจุบันมรณะภาพ) นี่เป็นอีกเนื้อหาหนึ่งที่เล่าจากครูอาจารย์ใกล้ชิด อาจารย์ซาคำแดง ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดแก้งกุ้ม เมืองโขง นครจำปาสัก ครูบาอาจารย์ให้การยืนยันว่าท่านเป็นหลานหลวงปู่สมเด็จลุน เมืองโพนทอง แขวงจำปาสัก นิสัยของอาจารย์เป็นพระที่พูดน้อย ปฎิบัติ วิปัสนามากจนท่านได้มีการเล่าขานว่าท่านจบเตโชธาตุ สามารถเหาะเหินเดินอากาศ หายตัว แปลงกาย เสกหิน เสกดินเป็นทองคำได้ดั่งใจสั่ง มีเมตตาต่อญาติโยม ท่านไปจำวัดที่ใดมักมีคนนับหน้าถือตาท่าน หมู่บ้านใดเป็นโรคห่าลงท่านก็สามารถรักษาได้ทันท่วงทีบ้านใดเกิดภัยแล้งท่านมีความสามารถเรียกฟ้าเรียกฝนได้ดั่งใจนึก

ความสามารถความรู้และฌาณปัญญาของท่านมีมากจึงทำให้ประชาชนในแขวงจำปาสักมีความเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านเป็นอย่างมากสติปัญญาของท่านสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

เหรียญหล่อโบราณพระอาจารย์ซาคำแดง เนื้อเงิน ด้านหน้า/ด้านหลัง รูปทรงไข่

จุดเริ่มต้นการหายตัวของอาจารย์ซาคำแดงเกิดขึ้นในสมัยยุคลาวแดงอันมีกลุ่มอำนาจล้มล้างระบอบรัฐบาลลาว ขณะนั้นมีความรุนแรง และเป็นเหตุพ่วงในเรื่องของศาสนาในลาวตกต่ำ เณรพระหนุ่มๆ ต้องปลูกข้าวเลี้ยงหมู เพื่อแลกข้าวและชีวิต

ส่วนพระสงฆ์สูงอายุจะให้สานหมวก สานตระกร้า สานสุ่มแลกข้าวและชีวิต พระสงฆ์ที่มีตำแหน่งก็ใช้ตำแหน่งต่อรองกับรัฐบาลลาว ไม่เว้นแม้แต่ท่านอาจารย์ซาคำแดงเนื่องด้วยที่ท่านเป็นพระเกจิที่มีปัญญาหลักแหลม และช่วยเหลือรัฐบาลลาว ความเก่งกล้า สามารถ จนทางฝ่ายล้มล้างต้องหาวิธีกำจัดพระอาจารย์ซาคำแดง

หากพระท่านรูปนี้ยังอยู่อาจเกิดปัญหาขึ้นในภายภาคหน้าทำให้ลำบาก เลยลองมาทาบทามมาอยู่ฝ่ายลบล้างรัฐบาลลาว หากไม่ยอมมาก็จะฆ่าทิ้งเสีย

ฝ่ายล้มล้างรัฐบาล ได้วางแผนปลอมตัวเป็นชาวบ้านแฝงตัวรอบฆ่า พระอาจารย์ซาคำแดง ตกดึกสงัด ฝ่ายล้มล้างรัฐบาลใช้ปืนสั้นยิงชาวบ้านที่นอนเฝ้าอาจารย์อยู่ข้างนอกตาย ๗ สาหัส ๑ แล้วเข้าไปใช้ไม้ดีอาจาร์ คิดว่าแน่นิ่ง พร้อมวางเพลิงเผากฎิเพื่อให้มั่นใจว่าท่านมรณะในกองไฟแน่นอน

รุ่งเช้าท่านยังได้ออกมาโปรดสัตว์เหมือนปรกติ ครั้งที่ ๒ ฝ่ายล้มล้างรัฐบาล สปป.ลาว ออกกลอุบายลวงฆ่าอาจารย์ โดยให้นายบ้านที่ทางล้างรัฐบาลจับมาเป็นตัวประกันไปเป็นนกต่อ หลอกนิมนต์อาจารย์ยิงด้วยปืนลูกซองแล้วจับมัดมือมัดเท้าถ่วงน้ำความน่าอัศจรรย์เกิดขึ้นอีกพอถึงตอนเช้าท่านก็ยังออกมาบินฑบาตเช่นเดิม

เหรียญหล่อโบราณพระอาจารย์ซาคำแดง เนื้อโลหะผสมกะหลั่ยทอง ด้านหน้า/ด้านหลัง

ครั้งที่๓ ก่อนที่จะหายสาบสูญ เหตุที่ท่านอยู่เมืองลาวไม่ได้ ด้วยท่านไปฝักใฝ่ช่วยเหลือทางรัฐบาลเป็นเหตุให้ทางฝ่ายล้มล้างรัฐบาลต้องหาวิธีกำจัดจึงออกอุบายให้พระชั้นผู้ใหญ่นิมนต์ท่านไปที่บ้านห้วยแม่สังแล้วลงมือสังหารใช้ท้ายปืนอาก้าตี จนเสียชีวิตทางฝ่ายล้มล่างรัฐบาลคิดว่าท่านมรณภาพ ที่บ้านห้วยแม่สังมีธาตุเจดีย์(หลุมฝังศพ)ของท่าน แต่ที่ฝังศพกลับมีเพียงต้นกล้วย คนที่เอาศพของท่านไปฝังไม่ทราบว่าฝังต้นกล้วยพอกลับมาขุดดู กลับเห็นเป็นเพียงต้นกล้วยมีเชือกมัดเกิดขึ้นด้วยอภินิหารของท่านหลังจากนั้นก็ไม่ปรากฎตัวของอาจารย์ซาคำแดงอีกเลย

ทั้งนี้ บ้างก็ว่าท่านเสียชีวิตโดยแท้จริงแล้วบ้างก็ว่าท่านข้ามไปฝั่งเขมร บ้างก็ว่าท่านกายทิพย์ไปแล้ว อยู่ในป่าคาดงทุกที่ทุกหนทุกแห่ง

วัตถุมงคลที่พระอาจาย์ซาคำแดงเท่าที่ทราบได้พบว่าตั้งแต่ท่านมีชีวิตอยู่ลูกศิษย์ของท่านได้สร้างเหรียญของท่านด้วยกัน จำนวน ๓ รุ่น กล่าวกันว่าแต่ละรุ่นสร้างจำนวนละ ๑,๐๐๐ เหรียญ

ในรุ่นนี้ท่านมีความตั้งใจสร้างวท่านได้อธิษฐานจิตแค่เพียง ๑,๐๐๐ เหรียญทุกเหรียญมีความศักสิทธิ์ การกดเหรียญท่านได้ลงมือกดเอง ๒ เหรียญครั้งแรกตามฤกษ์ และเหรียญต่อมาให้ลูกศิษย์เป็นผู้กดไปจนครบ ๑,๐๐๐ เหรียญ ลูกศิษย์ไม่หยุดจะปั๊มต่อจะกดองค์ที่ ๑,๐๐๑ เกิดบล็อกแตกไม่สามารถทำต่อไปได้ เหรียญอาจารซาคำแดงมีความนิยมมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๑๓ สมัยที่ยังมีพรรษาน้อย ก่อนปลดปล่อยก็เห็นเพื่อนนำมาบูชาขึ้นคอ เมื่อปลดปล่อยออกมาก็เห็นพ่อแม่นำมาให้เด็กๆได้บูชาห้อยคอจนเหรียญสึกกร่อนจนไม่เห็นรูปเหมือนพระอาจารย์ซาคำแดง

กล่าวกันว่าเหรียญนี้เด็กๆแขวนคอ เด็กเป็นไข้ ไม่สบายนำมาแช่น้ำทำเป็นน้ำมนต์ให้กิน อาการที่เป็นก็หายเป็นลำดับ ชาวบ้านในแขวงจำปาสักอาศัยในดอนในแม่น้ำโขงมีเขตติดกับชายแดรเชมร ชาวบ้านมีอาชีพค้าขายก๋วนเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ ส่วนใหญ่แล้วเป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์ซาคำแดงแต่แปลกที่ไม่มีผู้ใดเห็นท่าน

เหรียญหล่อโบราณพระอาจารย์ซาคำแดง เนื้อตะกั่ว ด้านหน้า/ด้านหลัง รูปทรงไข่

ครั้งที่สองสร้างในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ก็ได้รับมาหนึ่งเหรียญจากโยมแม่ บอกว่าได้รับมากับมือจากท่าน ครั้งเมื่อท่านมาพักที่มหากุฎิวัดพระธาตุหลวงโยมพ่อ โยมแม่ และลูกไปเยี่ยมอาจารย์ ท่านอาจารย์จึงได้มอบเหรียญให้ ๓ เหรียญ เมื่อได้มาเก็บไว้ที่หิ้งพระ เมื่อได้ไปที่บ้านโยมแม่ก็ขอดูหิ้งพระ บนหิ้งพระเยอะไปด้วยพระ โยมแม่จึงให้ครับเหรียญพระอาจารย์ซาคำแดง ๑ เหรียญหลังจากนั้นเหรียญได้หายไปหลายครั้งจนถึงปี พ.ศ. ๒๕๔๙-๒๕๕๐ กลับมาก็ไม่เห็นนึกเสียดายและยังคิดถึงเวลาไหว้พระ แต่ปี พ.ศ.๒๕๔๘ เป็นต้นมามีคนนำเหล็กจานมาให้เป็นเหล็กจานแก่นไม้ขามที่ปลายเหล็กจานมีพระพุทธรูป ต่อมามีคนนำเอาหมากตุ่มแทนมาให้ก็ผูกใส่กันไว้เวลานั่งสมาธิก็เอาหมากตุ่มนั้นมานับกำหนดเสมอได้หลายปี แต่แปลกตรงที่เวลาอธิษฐานจิตก็มักจะนึกถึงเหรียญพระอาจารย์เสมอแต่ละปีก็ได้จัดห้องพระใหม่ปีละ ๓ ครั้ง คือ ออกพรรษา เข้าพรรษา บุญปีใหม่

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ อาจารย์หลอด ครูมนต์ ผู้เล่าเรื่อง อาจารย์อนุสิตศ์ สิตาวงษ์ ผู้เรียบเรียนและได้เอื้อเฟื้อภาพที่มีความทรงคุณค่าเพื่อให้ชนรุ่นหลังรู้จักประวัติของ”พระอาจารย์ซาคำแดง” และการจักสร้างวัตถุมงคล

พรหมพิริยะ จันทร์เพ็ญ/ เรื่อง/ภาพ