สอศ.พัฒนา​ 64 เด็กเกษตรอาชีวะส่งไปฝึกงานเรียนรู้ประสบการณ์ที่อิสราเอล

82

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

กลุ่มประชาสัมพันธ์ สอศ.แจ้งว่าสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ส่งนักศึกษา​สาขาวิชาพืชศาสตร์ จำนวน 64 คน เดินทางไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพ สาขาวิชาพืชศาสตร์ ในโครงการความร่วมมือทวิภาคี ไทย–อิสราเอล ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง​ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) กับศูนย์ฝึกอบรมนานาชาติด้านการเกษตรในเขตอราวา The Arava International Center For Agricultural Training (AICAT) ระหว่างวันที่ 30​กันยายน 2563 ถึง 30 มิถุนายน 2564 ณ เมือง Arava ประเทศอิสราเอล ซึ่งได้จัดให้มีการปฐมนิเทศนักศึกษา​ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563 ณ วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี

ณรงค์ แผ้วพลสง​ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)

30ก.ย.63/ นายณรงค์ แผ้วพลสง​เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)เปิดเผยว่า ได้ดำเนินงานความร่วมมือในการจัดการเรียนการสอนทวิภาคี สาขาวิชาพืชศาสตร์ ไทย-อิสราเอล ตั้งแต่ปี 2543 จนถึงปัจจุบัน และมีสถานศึกษาที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์การเตรียมความพร้อมให้แก่นักเรียนนักศึกษา ก่อนการเข้าร่วมโครงการจำนวน 3 ศูนย์ ได้แก่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษ

กลุ่มประชาสัมพันธ์ สอศ.ระบุว่า ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน​ สอศ.ได้ส่งนักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมโครงการมาแล้ว จำนวน 20 รุ่น รวมนักเรียน นักศึกษาทั้งสิ้น 2,273 คน และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) จึงมีมาตรการป้องกัน ตามนโยบายของประเทศอิสราเอล ซึ่งเมื่อนักศึกษาเดินทางถึงสนามบินประเทศอิสราเอล จะมีเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงาน มารับนักศึกษาและดูแลตลอดการเดินทางจนถึงเขตพื้นที่ Arava ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลชุมชนเมือง ทำให้ปลอดจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD-19) และระหว่างการพำนักอยู่ในอิสราเอลนักศึกษาทั้งหมดจะได้รับการดูแลทั้งในด้านความเป็นอยู่ สุขภาพ

ทั้งนี้ นักศึกษาทุกคนจะได้รับการประกันสุขภาพ รวมถึงการรักษาตัว กรณีการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ด้วย

ด้านคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวให้โอวาท กับนักศึกษาว่า การเข้ารับการฝึกประสบการณ์วิชาชีพในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นโอกาสอันดียิ่งที่นักศึกษาทุกคนจะได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ได้เรียนรู้ถึงกระบวนการคิดค้นนวัตกรรม ในการเกษตร ได้เรียนรู้การเป็นมืออาชีพที่ประสบความสำเร็จด้านการเกษตร ผ่านการเรียนรู้แบบ Learning by doing โดยระยะเวลา 9 เดือนนี้ จะเป็นเวลาที่คุ้มค่ามากที่สุด ขอให้นักศึกษา ทุกคนได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์และนำความรู้ที่ได้รับเข้าสู่ตลาดแรงงานและประกอบธุรกิจด้านเกษตรอย่างภาคภูมิ

ตลอดจนนำความรู้มาเผยแพร่สู่น้องๆ และเกษตรกรในพื้นที่ต่อไป และในหลายปีที่ผ่านมารัฐบาลได้กำหนดทิศทางการพัฒนาในการขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการสร้างความยั่งยืนในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อเชื่อมประเทศไทยสู่ประชาคมโลก โดยรัฐบาลเน้นย้ำและให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกลุ่มเกษตร อาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ เนื่องจากการพัฒนาเทคโนโลยีด้านเกษตร อาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ สามารถอาศัยทุนความได้เปรียบของประเทศไทยในความหลากหลายเชิงชีวภาพมาขับเคลื่อน ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ สร้างความกินดี อยู่ดี ให้กับประชาชนชาวไทยในทุกภูมิภาค และเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อนักศึกษาทั้งหมดกลับจากการฝึกประสบการณ์วิชาชีพแล้ว ต้องจัดทำโครงการขยายผลการฝึกประสบการณ์ให้กับนักศึกษาในสถานศึกษา ตลอดจนการให้องค์ความรู้เรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรม ในสถานศึกษาต่อไป

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน