สภากทม.ศึกษาคลองระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

56

สภากทม.ลงพื้นที่ศึกษาข้อมูลการบริหารจัดการน้ำสถานีสูบน้ำปิ่นเกล้าและประตูระบายน้ำบางลำพู

21 ก.ย.63/นายไพฑูรย์ ขัมภรัตน์ ประธานคณะกรรมการวิสามัญศึกษาข้อเท็จจริงและกฎหมายที่ใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในและพื้นที่ต่อเนื่องกัน นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง สำนักการระบายน้ำ

สำนักเทศกิจ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการโยธา สำนักงานเขตพระนคร ลงพื้นที่เพื่อศึกษาการบริหารจัดการน้ำบริเวณสถานีสูบน้ำปิ่นเกล้าและประตูระบายน้ำ บางลำพู เขตพระนคร

คณะกรรมการวิสามัญศึกษาข้อเท็จจริงและกฎหมายที่ใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในและพื้นที่ต่อเนื่องกัน ได้นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในและพื้นที่ต่อเนื่องกัน ลงพื้นที่เพื่อศึกษาการบริหารการจัดการน้ำในคลองสาขาต่าง ๆ ที่ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

รวมถึงรณรงค์ให้ประชาชนที่พักอาศัยริมน้ำ ผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยวและประชาชน งดทิ้งขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และน้ำเสียลงในแหล่งน้ำ รวมทั้งให้ชาวชุมชนตระหนักถึงความสำคัญ และร่วมเป็นกำลังหลักในการรักษาแหล่งน้ำ ทั้งนี้ ปัจจุบันในพื้นที่

กรุงเทพมหานครมีคู คลอง ลำราง ลำกระโดง จำนวนทั้งหมด 1,889 แห่ง โดยสำนักการระบายน้ำ ดูแลรับผิดชอบ จำนวน 213 แห่ง สำนักงานเขต ดูแลรับผิดชอบ จำนวน 1,676 แห่ง ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่พัฒนาทำความสะอาดคลอง ปรับภูมิทัศน์พื้นที่ริมคลองให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และสะอาดสวยงาม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ อันเป็นการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและรักษาแหล่งน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร อย่างต่อเนื่อง

นายไพฑูรย์ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่เพื่อศึกษาการบริหารจัดการน้ำของสถานีสูบน้ำปิ่นเกล้าซึ่งควบคุมระดับน้ำในคลองคูเมืองเดิม และประตูระบายน้ำ บางลำพู ซึ่งควบคุมระดับน้ำในคลองบางลำพูของคณะกรรมการวิสามัญฯครั้งนี้ เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากการที่คณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองสายหลักที่เชื่อมต่อสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีความสำคัญกับการระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร

สำหรับภาพรวมน้ำในคลองมีสภาพดีขึ้น ไม่เน่าเสีย ขยะลดลง ซึ่งจากนี้จะได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมระดับน้ำให้เหมาะสมเพื่อความสวยงามของภูมิทัศน์ รวมทั้งให้สำนักงานเขตพื้นที่ประสานงานกับโครงการ 3 ประสาน ดำเนินการในส่วนของการปรับปรุงภูมิทัศน์ จัดระเบียบคนไร้ที่พึ่งและการค้าประเวณีในบริเวณที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์ อันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของกรุงเทพมหานคร หน่วยงานภาคส่วนต่างๆและประชาชน ในการร่วมรับผิดชอบการอนุรักษ์แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่งและเป็นเส้นทางหลักไปสู่แหล่งท่องเที่ยวทางน้ำอื่นๆ ซึ่งในส่วนของสภากรุงเทพมหานครนั้นจะสนับสนุนแผนการดำเนินการของฝ่ายบริหารในเรื่องของการพิจารณางบประมาณ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนให้แม่น้ำเจ้าพระยาคืนสู่ความสะอาดสดใสและเป็นธรรมชาติ อันจะเป็นส่วนช่วยสนับสนุนให้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็น “แหล่งมรดก ทางวัฒนธรรมระดับโลก” ตามที่กองทุนโบราณสถานโลก (World Monuments Fund : WMF) ได้ประกาศให้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็น 1 ใน 28 แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเพื่อการอนุรักษ์ 2018 (2018 World Monuments Watch) อย่างยั่งยืนต่อไป

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน