ร้องระเบิดเหมือง จ.สระบุรี กระทบภาพวาดผนังถ้ำยุค”ทวารวดี”ในวัดถ้ำพระโพธิสัตว์

94

เจ้าอาวาสวัดถ้ำพระโพธิสัตว์สระบุรี เตรียมมอบทนาย “ร้อง 3 กมธ.” หวั่น!! การทำเหมืองกระทบต่อภาพสลักก้อนหิน “พระปรมาภิไธย ร.5 และ พระพุทธเจ้าบนผนังถ้ำสมัยทวารวดี”

20 ก.ย.63 /ที่วัดถ้ำพระโพธิสัตว์ ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี หลังจากพระครูวิสาลปัญญาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ ได้มอบให้ นายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานกรรมการวัดถ้ำพระโพธิสัตว์และทนายความ ร้องเรียนไปยัง คณะกรรมาธิการการศาสนาศิลปะ และวัฒนธรรม ในกรณีการขอประทานบัตรเพื่อระเบิดหิน บริเวณโบราณสถานถ้ำเขาน้ำพุ หรือ ถ้ำพระโพธิสัตว์ ซึ่งการระเบิดหินอาจจะกระทบกับภาพสลักพระพุทธเจ้าสมัยทวารวดี บนผนังถ้ำพระโพธิสัตว์

อย่างไรก็ตาม ทนายอนันต์ชัย มีเป้าหมายว่าจะทำการยื่นหนังสือเพิ่ม อีก 2 กรรมาธิการ คือ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาการออกประทานบัตรเหมืองแร่และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ สภาผู้แทนราษฎร และ คณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร ต่อไป

ด้าน ดร.ณพลเดช มณีลังกา ที่ปรึกษากรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาการออกประทานบัตรเหมืองแร่ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ สภาผู้แทนราษฎร และ ที่ปรึกษากรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวว่า หลังจากได้เข้าไปศึกษาดูพื้นที่บริเวณวัดถ้ำพระโพธิสัตว์แล้ว ถือว่าเป็นวัดที่มีความสำคัญหลายประการ คือ

1.มีภาพพระพุทธเจ้ากำลังเทศนาโปรดพรหมและเทวดา เป็นภาพสลักนูนต่ำยุคทวารวดี บนผนังถ้ำพระโพธิสัตว์

2.มีพระปรมาภิไธย เขียนว่า “จ.ป.ร. ร.ศ.๑๑๕” สลักไว้ที่ก้อนหิน บริเวณต้นน้ำตกภายในพื้นในวัด

3.เป็นสถานปฏิบัติธรรมที่สำคัญ

4.เป็นป่าที่สมบูรณ์ อาจจะสมบูรณ์มากที่สุดในจังหวัดสระบุรี

5.เป็นแหล่งต้นน้ำ

6.มีประวัติที่สำคัญการเสด็จประพาสของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์

7.เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญ

8.เป็นแหล่งอยู่อาศัยของสัตว์ป่า

ทั้งหมดนี้มีหลายหน่วยงานที่อาจจะต้องบูรณาการร่วมกันในกระบวนการก่อนออกประทานบัตรเหมืองแร่จนถึงหมดสัญญา รวมถึงการปิดเหมืองให้คงสภาพธรรมชาติใกล้เคียงเดิม โดยเฉพาะรอบพื้นที่วัด ที่กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานไว้แล้ว

ในอดีตเคยให้ความสำคัญกับโบราณสถานดังปรากฏในระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตมาตรา 9 ที่การทำเหมืองต้องอยู่นอกเขตโบราณสถานรัศมี 2,000 เมตร

อีกทั้งควรสำคัญกับพระปรมาภิไธยประวัติศาสตร์ในการเสด็จประพาสของรัชกาลที่ 5 ที่สลักไว้บนก้อนหิน อนึ่งเมื่อมีการประทานบัตรไปแล้วมีความเป็นไปได้หรือไม่อย่างไรในการทบทวนการออกประทานบัตร ในภายหลังหากมีการร้องเรียน

สส.พรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาด้านพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ และรองประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า พระโพธิสัตว์ เป็นถ้ำที่สำคัญที่มีรูปแกะสลักนูนต่ำสมัยทวารวดี ที่เก่าแก่ราวพุทธศตวรรษที่ 12-14 ถือว่าเป็นภาพที่คมชัดมากที่สุดและงดงามที่สุดในภาพสลักบนผนังถ้ำในประเทศไทยแห่งหนึ่ง มีอายุยาวนานมากกว่า 1,000 ปี เป็นภาพพระพุทธเจ้าแสดงธรรมแก่ พระอิศวร พระพรหม พระนารายณ์ รวมถึงคณะเทวดาที่มาเข้าเฝ้า แสดงให้เห็นว่าพุทธศาสนาได้เข้ามาในแผ่นดินสยามประเทศมาแต่ช้านาน และยังจะสามารถโยงถึงประวัติศาสตร์ของชาติไทยในอีกหลายมิติ ทั้งสังคม วัฒนธรรม จารีตประเพณี ดังนั้นเราควรสงวนและรักษาอย่างยิ่ง เพื่อให้สิ่งนี้ไปถึงกับลูกหลานไทยในอนาคต หากการรักษาของคนไทยยุคนี้ไม่สามารถรักษาได้ ก็คงจะทิ้งไว้เพียงภาพให้กับเด็กรุ่นหลัง เหมือนกับพระพุทธรูปแห่งบามิยัน ที่ประเทศอัฟกานิสถาน หรือ ภาพคล้ายพระราศีของพระพุทธเจ้าที่ตัดใบหน้า บริเวณนครเพตรา มหานครศิลาทรายสีชมพู (Red Road City) เมืองมรดกโลก ประเทศจอร์แดน

สส.ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาการออกประทานบัตรเหมืองแร่ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ สภาผู้แทนราษฎร และ รองประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การออกประทานบัตรเหมืองแร่ในปัจจุบัน ด้วยการนำทรัพยากรของชาติไปใช้นอกจากจะคำนึงถึง จัดทำรายงาน EIA / EHIA หรือ รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) และ รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพแล้ว ยังต้องควรคำนึงถึงความสำคัญในแง่ประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรม ที่อาจจะสูญเสียโบราณสถานโบราณวัตถุและไม่อาจกู้กลับมาได้อีก ซึ่งอำนาจและหน้าที่ปัจจุบัน กรมศิลปากร ที่มีภาระหน้าที่นี้ แต่มีงานที่ต้องรับมือในการอนุรักษ์โบราณสถานที่มีอยู่จำนวนมาก แต่ด้วยงบประมาณมีอยู่เพียงเล็กน้อย คงต้องมาช่วยกันดูว่าจะดำเนินกันอย่างไรเพื่อสามารถช่วยงานกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ

สส.ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาการออกประทานบัตรเหมืองแร่ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ สภาผู้แทนราษฎร

อีกทั้งป่าไม้ที่เป็นป่าสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำยิ่งต้องให้ความสำคัญ กรมป่าไม้ควรมีส่วนสำคัญในการมีส่วนร่วมการประทานบัตรในกรณีพื้นที่การขอประทานบัตร อยู่ในเขตพื้นที่เขตป่าแม้เป็นป่าเขตโซน C ก็ตาม

สส.พรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาด้านพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน