มอบรางวัลนวัตกรรม โรงเรียนปลอดบุหรี่ดีเด่นที่พัฒนานวัตกรรมเพื่อการควบคุมยาสูบ

78

14 ก.ย.63/ ที่ห้องแกรนด์บอลลูน โรงแรมฟอร์จูนราชพฤกษ์ อ.เมือง นครราชสีมา ศ.นพ. ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เป็นประธานเปิดงาน Smoke-free School Innovation 2020 ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยการสนับสนุน ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อมอบรางวัลนวัตกรรม โรงเรียนปลอดบุหรี่ดีเด่นที่พัฒนานวัตกรรมเพื่อการควบคุมยาสูบ ให้กับโรงเรียน15แห่งทั่วภาคอีสาน เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบหรี่

ศ.นพ. ประกิต กล่าวว่า ในแต่ละปีประเทศไทยมีนักสูบหน้าใหม่เกิดขึ้น 2 แสนคน โดยอายุเฉลี่ยของการติดบุหรี่อยู่ที่ 17 ปีเศษ ซึ่งนักสูบหน้าใหม่เหล่านี้ 70% จะเลิกสูบไม่ได้ไปตลอดชีวิต และนอกจากเสพติดแล้ว ครึ่งหนึ่งของเด็กที่เลิกสูบบุหรี่ไม่ได้ จะป่วยและเสียชีวิตก่อนเวลาด้วยโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ทุกฝ่ายในสังคมไทยจึงต้องร่วมกันรับผิดชอบในการป้องกันเด็กไทยจากการเสพติดบุหรี่

ในโอกาสสนี้ได้เปิดเผยข้อมูลสำรวจของหน่วยปฏิบัติการวิจัยและวิชาการด้านการควบคุมยาสูบ ภาคเหนือ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก โดย ผศ.ดร.จักรพันธ์ เพชรภูมิ หัวหน้าโครงการวิจัย สรุปผลสำรวจการเข้าถึงยสูบของนักเรียนชั้น ม.2 จำนวน 3,982 คนทั่วประเทศ จาก 4ภาค ภาคละ 1 อำเภอ ผลคือนักเรียนส่วนใหญ่แม้จะมีทัศนคติไม่ดีต่อการสูบบุหรี่ แต่มีความรู้เรื่องสารพิษในบุหรี่ในระดับต่ำ และรับรู้ความเสี่ยงของการป็นโรคที่เกิดจกการสูบบุหรี่ในระดับปานกลาง ขณะที่การเข้าถึงยาสูบยังง่ายมาก โดย 6375% ซื้อผลิตภัณฑ์ยาสูบจากร้นสะดวกซื้อ หรือร้านขายของชำ โดยที่ 37.26%ไม่เคยถูกปฏิเสธจากร้านค้า 60.13% ซื้อแบบแบ่งขายเป็นมวน มีค่าใช้จ่ายในการซื้อยาสูบ เดือนละ 93 บาท 30.63% ขอจากเพื่อน หรือขอซื้อต่อจากเพื่อน ทั้งนี้ยังพบว่ 41.06% สูบในบ้านหรือบ้านเพื่อน 46.35% มีความคิดที่จะเลิกแต่ไม่เคยลงมือเลิก ข้อมูลเหล่านี้แสดงถึงความสำคัญของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งครอบครัวโรงเรียน และชุมชน ต้องมีส่วนร่มกันอย่างแข็งขันมากขึ้น ในการป้องกันเด็ก ๆ จากการเสพติดบุหรี่

สมพล พัฒนคุณานนท์ จ.นครราชสีมา