สขค.จัดกิจกรรมรับฟังประชาพิจารณ์ในรูปแบบโฟกัส กรุ๊ป ไกด์ไลน์ธุรกิจให้บริการฟู้ด เดลิเวอรี่

78

สันติชัย สารถวัลย์แพศย์ คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า และโฆษก คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า

​11ก.ย.63 /สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) จัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศ คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบธุรกิจให้บริการรับและส่งอาหารผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์กับผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร หรือ ไกด์ไลน์ ฟู้ด เดลิเวอรี่

นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า และโฆษก คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เปิดเผยว่า การแข่งขันทางการค้า ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาแนวปฏิบัติการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ พร้อมด้วยอนุกรรมการฯ อีก 2 ท่าน ประกอบด้วย

1. ศาสตราจารย์ ดร.ศักดา ธนิตกุล อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณวิภางค์ มานะโชติพงษ์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นและชี้แจงข้อซักถาม ในรูปแบบโฟกัส กรุ๊ป เกี่ยวกับ ร่างแนวปฏิบัติ ไกด์ไลน์ ฟู้ด เดลิเวอรี่ ดังกล่าว ณ ห้องกมลทิพย์ 1 โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ

นายสันติชัย กล่าวว่าได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า คณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการออกกฎระเบียบต่าง ๆ จำเป็นต้องได้รับการยอมรับจากผู้ที่เกี่ยวข้อง และสามารถนำไปปฏิบัติได้ จึงนำมาสู่การจัดกิจกรรมการประชุมโฟกัส กรุ๊ป เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อร่างไกด์ไลน์ ฟู้ด เดลิเวอรี่

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ โดยผู้เข้าร่วมประกอบด้วย ผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง ได้แก่ ผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มให้บริการรับและส่งอาหารผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และมีคณะอนุกรรมฯ ในฐานะเป็นผู้พิจารณาจัดทำไกด์ไลน์ดังกล่าวร่วมรับฟังความคิดเห็นพร้อมตอบประเด็นข้อซักถามต่าง ๆ จากผู้ประกอบธุรกิจทั้งสองฝ่าย เพื่อสร้างความชัดเจนในแนวทางการปฏิบัติทางการค้าที่ถูกต้องเหมาะสม ภายใต้บรรทัดฐานการดำเนินธุรกิจที่มีความเป็นสากล เพื่อให้ธุรกิจสามารถแข่งขันกันได้อย่างเสรีและเป็นธรรม

สำหรับไกด์ไลน์ธุรกิจให้บริการ ฟู้ด เดลิเวอรี่ มีประเด็นสำคัญที่กำหนดไว้ในไกด์ไลน์ ฟู้ด เดลิเวอรี่ มีดังนี้

ประเด็นแรก การเรียกเก็บค่าส่วนแบ่งรายได้ (GP) และการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อย่างไม่เป็นธรรม เช่น มีการเรียกเก็บค่าส่วนแบ่งรายได้ในอัตราที่สูงเกินสมควร หรือเก็บเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญา หรือในอัตราที่แตกต่างกันระหว่างร้านอาหารในลักษณะที่เป็นการเลือกปฏิบัติ

ประเด็นที่สอง การกำหนดเงื่อนไขที่เป็นการบังคับในลักษณะการจำกัดสิทธิมิให้ไปทำการค้ากับผู้อื่น (Exclusive Dealing) เช่น การจำกัดหรือขัดขวางการประกอบธุรกิจของผู้อื่นโดยการห้ามจำหน่ายอาหารกับผู้ประกอบธุรกิจให้บริการรับและส่งอาหารผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์รายอื่น หากไม่ปฏิบัติตามก็จะมีการเรียกเก็บค่าส่วนแบ่งรายได้ (GP) ในอัตราที่สูงขึ้น

ประเด็นที่สาม การใช้อำนาจตลาดหรืออำนาจต่อรองที่เหนือกว่าอย่างไม่เป็นธรรม เช่น การแทรกแซง หรือจำกัดอิสระในการกำหนดราคาของผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร การกำหนดเงื่อนไขบังคับด้านราคาที่ต้องจำหน่ายเท่ากันในทุกช่องทาง การประวิงเวลาในการจ่ายค่าสินค้านานเกินสมควร การปฏิเสธที่จะทำการค้ากับผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารบางราย และการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขภายใต้สัญญาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

ประเด็นที่สี่ การใช้พฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรมอื่น ๆ เช่น การที่ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการรับและส่งอาหารผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์กระทำการบังคับ หรือกำหนดเงื่อนไขพิเศษ หรือจำกัดหรือกีดกันการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบธุรกิจอื่นจนอาจก่อให้เกิดความเสียหาย

ทั้งนี้ ตามแผนการทำงาน หลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นเรียบร้อยแล้ว ทั้งจากการรับฟัง
ประชาพิจารณ์ในรูปแบบโฟกัส กรุ๊ป ในวันนี้และจากช่องทางออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงานที่มีกำหนดเวลาตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2563 – 15 กันยายน 2563 คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวปฏิบัติการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ จะนำความคิดเห็นที่ได้รับทั้งหมดมาพิจารณาปรับปรุงเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเสนอ กขค.พิจารณาให้ความเห็นชอบ และออกประกาศให้มีผลบังคับใช้ต่อไป

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะบังคับใช้ได้ภายในเดือนตุลาคม 2563 นี้ รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่เว็บไซต์ www.otcc.or.th หรือสอบถามโทร 0-2199-5400

กัลฑภรณ์ สุขเย็น รายงาน