เจ้าอาวาสวัดโคศุภราช กราบขอขมา เจ้าคณะตำบลมหาดไทย คาดถอนอธิกรณ์ เร็วๆนี้

119

7 ก.ย.63 เวลา 15.00 น. /มองที่วัดโคศุภราช ต.คลองวัว อ.เมือง จ.อ่างทอง ชาวบ้านตำบลคลองวัวกว่า 50 คน รอรับฟังการประชุมจากการเดินทางเพื่อติดตามการร้องเรียนกรณีพระครูปลัดวิชาญ คัมภีรปัญโญ เจ้าอาวาสวัดโคศุภราช ไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องเปิดเทศนาเสียงดัง ต่อคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม จนต้องเข้าไปอยู่ในกรมขังสุนัขภายในวัด

สำหรับเรื่องนี้ มี ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล รองประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม , ดร.นพดล แก้วสุพัฒน์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ , ดร.ณพลเดช มณีลังกา ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ ,นายอำเภอเมืองอ่างทอง , ผอ.สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดอ่างทอง , ตัวแทนเจ้าคณะอำเภอเมือง, เจ้าคณะตำบลมหาดไทย และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

พระครูปลัดวิชาญ คัมภีรปัญโญ เจ้าอาวาสวัดโคศุภราช เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้มุ่งเน้นที่จะพัฒนาวัดให้เป็นวัด พัฒนาชุมชนให้อยู่ในศีลในธรรม โดยที่ผ่านมาก็ได้กำลังชาวบ้านที่เข้ามาเป็นกำลังหลักในการดำเนินกิจกรรมทางด้านศาสนา แต่ด้วยกิจกรรมของวัดที่มีการหล่อพระเดือนละ 2 ครั้ง ทำให้มีประชาชนจากต่างพื้นที่มาร่วมทำบุญในวัดจำนวนมาก ห้องน้ำ ,ที่พัก, เต้น, ที่จอดรถ ของวัดอาจไม่เพียงพอ ทำให้อาจมีเสียงจากการสวดมนต์ไปรบกวนชาวบ้านบางท่านบ้าง แต่ก็จะขอปรับปรุง

ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล กล่าวว่า สิ่งที่คณะกรรมาธิการมาวันนี้ก็เพื่อจะเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือ ในทิศทางออกที่ถูกต้อง ซึ่งในขณะนี้หลายๆวัดที่เป็นวัดพัฒนา โดยเฉพาะหากเจ้าอาวาสเป็นนักพัฒนาก็อาจจะเกิดการกระทบกระทั่งในพื้นที่ ควรหาทางออกร่วมกัน ทั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่พระครูปลัดวิชาญ ท่านเป็นผู้มีความเคารพต่อพระผู้มีอาวุโสสูงกว่า ก็ได้ไปกราบขอขมาเจ้าคณะตำบล ที่มาร่วมการประชุมในครั้งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะเห็นจากความหวังของประชาชนที่เข้ามาร่วมในการประชุมต่างมีความหวังให้วัดที่ตนเองศรัทธา เกิดการพัฒนาและอยู่ร่วมกับสังคมอยู่ร่วมกับการปกครองอย่างมีความสุข

ทั้งนี้ จะหาโอกาสให้พระครูปลัดวิชาญ ไปกราบเจ้าคณะอำเภอ และเจ้าคณะจังหวัดอ่างทอง อีกครั้งโดยหวังว่าหากหารือเป็นที่เข้าใจน่าจะมีการถอนอธิกรณ์ ในโอกาสต่อไป

ดร.นพดล แก้วสุพัฒน์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า เรื่องเสียงสวดมนต์รบกวนประชาชน จากที่ได้สอบถามประชาชนที่เข้ามาร่วมประชุม มิได้มีผู้ใดกล่าวถึงว่าเสียงสวดมนต์จากวัดจะไปรบกวนประชาชนรอบวัดแต่อย่างใด หรือหากมีเสียงออกไปจริง

ทั้งนี้ ตนได้เข้าไปพบพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่างๆ และแลกเปลี่ยนมุมมอง ก็ได้รับข้อร้องเรียนจากชาวบ้านในประเด็นความไม่เสมอภาคระหว่าง ชาวไทยพุทธกับชาวไทยต่างศาสนา ซึ่งบางพื้นที่ในต่างศาสนาก็มีการเปิดเสียงสวดที่ดังมาก แต่ชาวบ้านในพื้นที่นั้นๆ ก็ให้ความเคารพ แต่กลับกัน ชาวไทยพุทธกลับต่อว่าพระสงฆ์ในการเปิดเสียงสวดมนต์ ตนเห็นว่า พระชั้นปกครองควรให้การคุ้มครองพระระดับใต้การปกครอง เหมือนศาสนาอื่นๆ ที่เขาปกป้องศาสนิกชนในศาสนาของเขาบ้าง

ด้าน ดร.ณพลเดช มณีลังกา ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า เหตุผลที่คณะกรรมาธิการเข้ามาที่วัดโคศุภราช ในครั้งนี้เพราะอยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ ที่กรรมาธิการมีอยู่ โดยกรรมาธิการอยู่ในส่วนอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ ถือเป็นส่วนหนึ่งใน 3 อำนาจหลักของบ้านเมือง คือ 1.อำนาจตุลาการ 2.อำนาจบริหาร 3.อำนาจนิติบัญญัติ

ขณะเดียวกัน หากมีการร้องเรียนมายังกรรมาธิการ ตามอำนาจหน้าที่แล้ว กรรมาธิการจะเชิญผู้เกี่ยวข้องเพื่อขอข้อมูลและจะนำข้อมูลเหล่านี้นำไปเข้าที่ประชุมในคณะกรรมาธิการใหญ่ เพื่อหาบทสรุปเพื่อนำไปแก้ไขต่อไป

อย่างไรก็ตาม กรรมาธิการไม่มีอำนาจที่จะไปลงโทษกับผู้กระทำความผิดโดยตรง มีคำถามว่า หากกรรมาธิการเชิญผู้เกี่ยวข้องแล้วไม่มาพบจะได้ไหม? ตามพระราชบัญญัติคำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. 2554 โดยกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจกรรมาธิการในการเรียกเอกสารและเชิญบุคคลเข้าชี้แจง ซึ่งหากไม่มาจะมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดร.ณพลเดช กล่าว

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน