รมช.มนัญญา ตรวจเยี่ยมสหกรณ์นิคมชุมแสงจันทร์ จำกัด จ.ระยอง ก่อนร่วมประชุมครม.สัญจร

71

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ส.ค.63 นางสาวมนัญญา  ไทยเศรษฐ์  รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อม นายพิเชษฐ์  วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นำข้าราชการในสังกัด ลงพื้นที่ไปพบปะสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกร ที่สหกรณ์นิคมชุมแสงจันทร์ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง  เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายฯ ก่อนจะไปร่วมประชุมครม.สัญจร ในวันที่ 25 ส.ค. ทั้งนี้ในจ.ระยอง มีสหกรณ์ในภาคการเกษตร สหกรณ์นอกภาคการเกษตร และกลุ่มเกษตรกร ที่อยู่ในการดูแล ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ จำนวน 131 แห่ง มีสมาชิกรวม 83,764 ราย และมีสหกรณ์การเกษตรที่มีศักยภาพในการรวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรในพื้นที่ 14 แห่ง  สินค้าการเกษตรหลัก ได้แก่ ยางพารา ทั้งน้ำยางสด/แห้ง ยางแผ่นดิบ และผลไม้ตามฤดูกาล อาทิ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง รวมมูลค่าทางธุรกิจสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่รวมทั้งสิ้น  13,001.52 ล้านบาท

รมช.มนัญญา กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายใช้การตลาดนำการผลิตและให้ความสำคัญในการใช้กลไกสหกรณ์เข้ามาพัฒนาภาคการเกษตรเพื่อช่วยเหลือด้านการประกอบอาชีพและแก้ไขปัญหาเรื่องราคาผลผลิตตกต่ำให้กับเกษตรกร โดยส่งเสริมให้สหกรณ์เป็นองค์กรหลักระดับอำเภอ ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการผลผลิตการเกษตรในพื้นที่และสามารถดำเนินธุรกิจได้ครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนการผลิตให้กับสมาชิก การรวบรวมผลผลิต การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า การเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดกับภาคเอกชนและในเครือข่ายสหกรณ์ด้วยกัน เพื่อกระจายผลผลิตไปสู่ผู้บริโภค รวมถึงธุรกิจในด้านสินเชื่อและบริการต่าง ๆ แก่สมาชิกและคนในชุมชน ซึ่งเป็นการดำเนินกิจกรรมที่ส่งผลให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง และสามารถแก้ไขปัญหาความยากจนในกับประชาชนในพื้นที่ต่าง  ๆ ได้อย่างแท้จริง

โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด – 19 ทำให้เห็นถึงบทบาทและความสำคัญของขบวนการสหกรณ์มากขึ้น เนื่องจากเกษตรกรหลายพื้นที่ต้องประสบปัญหา ไม่สามารถขายผลผลิตได้เหมือนช่วงเวลาปกติ จำเป็นต้องใช้เครือข่ายสหกรณ์บรรเทาความเดือดร้อนโดยช่วยกันระบายผลผลิต ทั้งผลไม้ พืชผัก สินค้าประมงทั้งสดและแปรรูป จากสหกรณ์ต้นทางไปสู่สหกรณ์ผู้บริโภคปลายทาง ทำให้การกระจายผลผลิตออกนอกพื้นที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่เกิดการกระจุกตัวหรือเกิดความเสียหาย และช่วยให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรมด้วย ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องร่วมกันพัฒนาระบบสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็ง สหกรณ์จะได้มีพลัง ช่วยสร้างอำนาจต่อรองให้กับเกษตรกร จึงอยากขอความร่วมมือในการร่วมกันขับเคลื่อนระบบสหกรณ์ให้เป็นกลไกหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระดับฐานรากของประเทศให้มีความมั่นคงต่อไป

พร้อมกันนี้ได้เป็นประธานในพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่นิคมสหกรณ์ ทั้งหนังสือ กสน.3 และกสน.5 ให้กับสมาชิกนิคมสหกรณ์ชะแวะ จำนวน 60 ราย  และเยี่ยมชมนิทรรศการความก้าวหน้านโยบายของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ที่ได้ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดระยอง ได้แก่ โครงการสนับสนุนการกระจายผลไม้ของสถาบันเกษตรกรเพื่อรองรับผลกระทบจากโรคไวรัสโควิด – 19  โครงการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจร้านค้าสหกรณ์ในรูปแบบซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์   ผลักดันให้สหกรณ์เป็นศูนย์รวบรวมและจำหน่ายผลผลิตที่มีคุณภาพแก่ประชาชนในราคาที่เป็นธรรมอย่างทั่วถึง ในรูปแบบซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ ตามแนวคิด “สด สะอาด ปลอดภัย” Fresh From Farm by Co-op สดจากฟาร์มถึงมือคุณ โครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านสานต่ออาชีพการเกษตรกร โครงการศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ และโครงการเกษตรอินทรีย์

สำหรับสหกรณ์นิคมชุมแสงจันทร์ จำกัด จัดตั้งมาตั้งแต่ปี 2521 ปัจจุบันมีสมาชิก 2,233 ราย ทุนดำเนินงานกว่า 221 ล้านบาท ดำเนินธุรกิจทั้งการให้สินเชื่อ รับฝากเงิน รบรวมผลผลิตและจัดหาสินค้ามาจำหน่ายเพื่อบริการสมาชิก ในปี 2563 สหกรณ์ดำเนินธุรกิจรวบรวมผลผลิตการเกษตร ได้แก่ ยางพารา 499.02 ตัน มูลค่า 20.154 ล้านบาทมังคุด 4.47 ตัน มูลค่า  480,000 บาท ทุเรียน โดยจำหน่ายผ่านออนไลน์ 6.66 ตัน มูลค่า 1.199 ล้านบาท ซึ่งสหกรณ์มีกำไรจากการดำเนินธุรกิจรวบรวมผลผลิตทุกชนิด รวมประมาณ 4.51 ล้านบาท โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้อุดหนุนเงิน สร้างโกดังรวบรวมยางพาราให้กับสหกรณ์ จำนวน 4.62 ล้านบาท และสนับสนุนเงินกู้จากองทุนพัฒนาสหกรณ์อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ให้สหกรณ์นำไปรวบรวมผลไม้จากสมาชิกในฤดูกาลปีนี้ จำนวน 2 ล้านบาท

นอกจากนี้ สหกรณ์ยังมีโครงการส่งเสริมอาชีพ โดยสนับสนับสนุนให้สมาชิกเลี้ยงปลาทับทิมในกระชังบริเวณอ่างเก็บน้ำประแสร์ เพื่อนำมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภค เน้นตลาดในพื้นที่ชุมชน โดยสหกรณ์ส่งเสริมพันธุ์ปลาให้กับสมาชิก จำนวน 1,500 ตัว/บ่อ และจัดหาอาหารปลามาจำหน่ายให้สมาชิก ซึ่งมูลค่าพันธุ์ปลารวม 4.04 ล้านบาทและมูลค่า การจำหน่ายอาหารปลา 21.18 ล้านบาท  ในอนาคต สหกรณ์มีแผนจะสร้างอาคารตลาดสินค้าเกษตรกรเพื่อให้สมาชิกนำสินค้ามาจำหน่าย และมีแผนพัฒนาแปลงทุเรียนของสหกรณ์ พื้นที่ 45 ไร่ ให้เป็นศูนย์เรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกทุเรียนที่ได้มาตรฐาน เปิดให้เกษตรกรและสมาชิกสหกรณืได้มาศึกษาดูงานเพื่อนำไปพัฒนาการผลิตทุเรียนของตนเองได้

กานต์ เหมสมิติ รายงาน