ถึงบางอ้อ “เหตุพระธาตุจริงปลอม” เพราะโยมทะเลาะกัน

308

21ส.ค. 63 / ที่วัดถ้ำเขาวง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา สส.ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล รองประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม และคณะ ได้เข้ากราบพระครูปลัดกิตติ สิริปัญโญ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดถ้ำเขาวง กรณีมีผู้ร้องเรียนพระบรมสารีริกธาตุปลอม และการจัดกิจกรรมอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ไปประดิษฐานที่วัดถ้ำเขาวง

พระครูปลัดกิตติ สิริปัญโญ กล่าวว่าจากกรณีที่อ้างว่าพระบรมสารีริกธาตุปลอมนั้น ในส่วนของวัดก็ยังไม่ได้ตรวจสอบว่าจริงปลอมหรือไม่ เพราะพระบรมสารีริกธาตุถือว่าเป็นของสูงเป็นพระธาตุของพระสัมมาสัมพระพุทธเจ้า เมื่อมีญาติโยมนำมาถวาย ทางวัดก็รับไว้และไม่ได้นำไปแจกจ่ายแต่อย่างใด พระธาตุก็คงตั้งไว้ในวัดดังเดิม ขอฝากให้คิดเป็นกรณีศึกษาว่าที่ผ่านมาญาติโยมคนไทยรวมถึงเจ้านายชั้นต่างๆ ในอดีต หากศรัทธาวัดใด ก็จะนำเอาพระบรมสารีริกธาตุที่ตนได้มาไปบรรจุไว้ที่วัดหรือเจดีย์ หรือบางครั้งมีอัฐิของญาติผู้ใหญ่ไปไว้ที่วัด ก็ไม่เห็นจะมีใครมาตรวจสอบว่าอัฐินั้นๆ เป็นของจริงปลอมหรือไม่ ซึ่งทางวัดก็รับเก็บไว้ หากมีการทำบุญใดๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับอัฐิ พระก็รับกิจนิมนต์เป็นเรื่องปกติ แต่ในกรณีนี้อาจมีสิ่งอื่นที่มากกว่านี้หรือไม่ จึงนำวัดเข้ามาเกี่ยวข้องจนเป็นเรื่องร้องเรียนดังกล่าว

สส.ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล รองประธานคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ กล่าวว่า ได้ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นมาบ้างแล้วจากเว็บไซต์เดลินิวส์ ของวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2563 จากแหล่งข่าวที่อ้างถึง น.ส.พัสกร กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวถูกจัดขึ้นโดยกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่ง ที่แอบอ้างว่ามีพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมาที่บ้าน และมาชักชวนตนให้ร่วมทำบุญที่วัดถ้ำเขาวง และจะได้รับพระบรมสารีริกธาตุกลับไปบูชา โดยตนเจอกลุ่มบุคคลนี้ที่วัดประมาณ 2 ครั้งและมีลักษณะชอบปฏิบัติธรรม จึงไว้ใจได้ร่วมทำบุญไปประมาณ150,000 บาท แต่เมื่อนำพระบรมสารีริกธาตุไปตรวจสอบที่ชมรมรักพระธาตุ และที่ ม.ธรรมศาสตร์รังสิต พบว่าเป็นเพียงเรซิ่น จากการสอบถามเรื่องนี้ เป็นเรื่องระหว่างญาติโยมที่เกิดการกระทบกระทั่งกันและนำพระกับวัดมาเกี่ยวข้อง ทั้งหมดนี้มีการร้องเรียนกับหลายหน่วยงานและมีการทำข่าวที่มีผลกระทบต่อจิตใจของชาวพุทธทั้งประเทศ โดยใช้พระและพระพุทธศาสนาเป็นตัวกลาง ตนจะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ เพื่อหาทางแก้ปัญหาต่อไป

ด้านนายประกรณ์เกียรติ ญาณหาร อนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาด้านพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ กล่าวว่าในฐานะที่ตนเป็นนักกฎหมาย กฎหมายจะมองที่เจตนาเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นหลักในการตัดสิน ยิ่งไปดูในหลักนิติกรรมและสัญญาแล้ว สำหรับกรณีนี้พระบรมสารีริกธาตุที่ญาติโยมนำมาถวาย พระก็ไม่อาจจะทราบว่าเป็นของจริงหรือของปลอมได้ และยิ่งจะให้พระนำพระบรมสารีริกธาตุไปตรวจสอบก็ไม่ใช่หน้าที่ของพระ อีกทั้งพระบรมสารีริกธาตุเป็นของสูงเป็นความเชื่อและศรัทธาในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระบรมสารีริกธาตุก็ยังตั้งอยู่ที่วัด มิได้มีเจตนาจะไปฉ้อโกงอะไรทั้งสิ้น รวมถึงคนที่มาร่วมทำบุญก็ตั้งใจถวายวัดโดยตรง ก็เป็นกุศลกับตนเองและครอบครัวไปแล้ว ทั้งหมดนี้ไม่ควรจะนำวัดเข้ามาเกี่ยวข้องเลย นายปกรณ์เกียรติกล่าว

พระเทพสีมาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดบึง พระอารามหลวง เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ในพระธรรมวินัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้วางกรอบศีลธรรมของพระไว้หมดแล้ว การที่จะเอาสิ่งผิดกฎหมายของบ้านเมืองหากเป็นที่ประจักษ์ พระจะไม่สามารถรับได้อยู่แล้ว หากเข้าเรื่องฉ้อโกงถ้าเกินเพียงหนึ่งบาทพระต้องปาราชิกหรือขาดความเป็นพระ เรื่องนี้พระจะไม่ทำกันอยู่แล้ว เอาแค่เพียงว่าโยมผู้ชายหากเคยทำผิดกฎหมายบ้านเมืองและมาขอบวช พระอุปัชฌาย์ ก็ยังไม่สามารถบวชให้ได้เลย จากกรณีนี้คงต้องฝากไปยังฝ่ายบ้านเมือง ว่าควรมีวิธีการอย่างไร เพราะพระอาจตกเป็นจำเลยทางสังคมและจำเลยทางกฎหมาย โดยที่พระไม่รู้เรื่องอะไรเลย โดยเฉพาะพระป่าที่ไม่มีความรู้ ในอนาคตอาจเป็นประเด็นไปมากกว่านี้

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน