กรมพัฒนาธุรกิจการค้าติดปีกSMEsด้วยระบบขนส่งครบวงจร

126

วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจับมือพันธมิตรเปิดงาน ‘Logistics Behind the Success of Business’ จับคู่ 316 ธุรกิจ กับ 7 Startup ด้านโลจิสติกส์ ติดสปีดให้ SMEs ไทยโตไว ภายใต้โครงการ DBD Service x Logistics Startup ด้วยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีจาก 7 Startup ด้านโลจิสติกส์ มาช่วยพัฒนาระบบการขนส่งและคลังจัดเก็บสินค้าให้ทันสมัยตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด โดยมีSMEs 316 ราย เข้าร่วมโครงการ เชื่อ! จะเป็นส่วนสำคัญให้ SMEs สามารถปรับตัวรับมือกับวิกฤติ COVID-19 ได้

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “Logistics Behind the Success of Business : โลจิสติกส์เบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ” ณ ชั้น 4 ห้องบุรฉัตรไชยากร กระทรวงพาณิชย์ ว่า กิจกรรมในวันที่17 สิงหาคม 2563 เป็นการดำเนินงานภายใต้โครงการ DBD Service x Logistics Startup โดยจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แล้ว ในปีที่ผ่านมากรมฯ ได้ผลตอบรับและประสบความสำเร็จอย่างมากในการจับคู่ธุรกิจบริการกับ Startup ทำให้ SMEs ไทยสามารถบริหารธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ

สำหรับในปีนี้จะเป็นการจับคู่ระหว่างธุรกิจ SMEs กับ Logistics Startup โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านโลจิสติกส์ และการบริหารคลังสินค้า ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ในทางกลับกันจะช่วยสร้างการเติบโตให้กับ Logistics Startup และเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์กับธุรกิจ SMEs ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันภายในประเทศด้วย

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากล่าวว่าได้ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.), สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.), สมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน (TVCA), สมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ (TTSA) และเทคซอส มีเดีย เพื่อคัดเลือก Logistics Startup ที่จะมาช่วยให้คำปรึกษาและจัดการระบบโลจิสติกส์ให้กับ SMEs ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ประกอบไปด้วย Startup จำนวน 7 ราย ได้แก่ My-Cloud Fulfillment, Ship Space, Shipyours, Meow Logis, Akita Fulfillment, Siam Outlet และ Friendly Groups Logistics

นอกจากนี้ ยังมอบสิทธิพิเศษมากมายสำหรับ SMEs ที่เข้าร่วมโครงการ เช่น ลดหรือฟรีค่าเช่าพื้นที่จัดเก็บสินค้า, ฟรีค่าบรรจุห่อสินค้า และค่าจัดส่งราคาพิเศษ (เงื่อนไขเป็นไปตามที่แต่ละ Startup กำหนด)

ด้าน SME ที่เข้าร่วมโครงการมีจำนวน 316 ราย โดยมีสินค้าที่ขายผ่านช่องทางออนไลน์ อาทิ Facebook, Instagram และ e-Marketing ต่างๆ เป็นสินค้าที่ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ และหากเป็นอาหารหรืออาหารเสริมจากต้องมีเลขจดแจ้งที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

ทั้งนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นธุรกิจ เครื่องสำอาง อาหารเสริม สินค้าแฟชั่น และอุปกรณ์ไฟฟ้า สำหรับการจับคู่ธุรกิจกับ Logistics Startup จะช่วยให้ SME ปิดจุดอ่อนทางธุรกิจด้านต่างๆ อย่างไม่มีที่เก็บสินค้า, การบริหารจัดการคลังสินค้า, การขนส่งสินค้า, การเช็คสต๊อก, การแพ็กและส่งสินค้า, การเพิ่มความเร็วในการจัดส่งให้ถึงมือลูกค้า และการบริหารต้นทุน ระบบของ Startup จะช่วยให้การจัดการเรื่องดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความผิดพลาดในกระบวนการทำงาน ซึ่งหมายถึงจะช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียรายได้ด้วย

นายวุฒิไกร กล่าวว่า ภายในกิจกรรมฯ ยังได้รับเกียรติจากคุณนิธิ สัจจทิพวรรณ CEO & Co-Founder, MyCloudfulfillment ร่วมบรรยายใน หัวข้อ “เปลี่ยน Fulfillment ให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ” และการเสวนาในหัวข้อ “ธุรกิจ Fulfillment ปรับตัวอย่างไรให้รอดพร้อมพา SME ให้รุ่ง”

สำหรับ Logistics Startup ที่เข้าร่วมโครงการกรมฯ คาดหวังว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจสำคัญที่จะช่วยให้ SMEsไทยมีความพร้อมในการบริหารจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นสามารถนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน และสามารถปรับตัวได้ในสถานการณ์วิกฤติ COVID-19 ในที่สุด

ภัคข์ประภัส สุกใส รายงาน