เซอร์ไพรส์!!ซีพีออลล์ไตรมาส2กำไรกว่า 2.8 พันล้านบาท

70

“เซเว่น อีเลฟเว่น” ปรับกลยุทธ์รุก O2O ส่งซีพี ออลล์ กำไรไตรมาสสองกว่า 2.8 พันล้าน วิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (COVID-19) ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา

แม้ว่าสถานการณ์จะเริ่มบรรเทาลงบ้างแล้วก็ตาม แต่ แต่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับเปลี่ยนรูปแบบพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนไปสู่ “วิถีใหม่”การจำกัดการเดินทางระหว่างจังหวัด การขอความร่วมมือให้อยู่แต่ในที่พักอาศัย การประกาศห้ามการออกนอกเคหะสถาน การเลื่อนวันหยุดราชการในช่วงสงกรานต์ ล้วนแต่กระทบโดยตรงต่อหลายธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแน่นอนตัวเลขจีดีพีที่คงหนีไม่พ้นติดลบ ท่ามกลางปัจจัยข้อจำกัดต่างๆ ยิ่งทำให้ธุรกิจต้องปรับเปลี่ยนกระบวนยุทธ์ ไม่ใช่เพื่อเพียงความอยู่รอด แต่ยังเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในยุค New Normal

กรณีอย่างบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารออลล์ ออนไลน์ และเซเว่น อีเลฟเว่น ที่ปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ด้วยการนำเสนอช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าผ่านระบบ O2O ไม่ว่าจะเป็น 7-Eleven Delivery, All Online และ 24Shopping เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ รวมทั้งสินค้าภายในร้าน 7-Eleven ได้อย่างสะดวก และรวดเร็วมากขึ้น ทั้งบริการส่งปลายทาง หรือรับสินค้าที่ร้าน ยังเพิ่มตัวเลือกเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการตามสถานการณ์เช่น มีการขายสินค้ายกแพ็ค ยกหีบ

“ตลอดช่วงโควิดที่ผ่านมา การเดินทางลำบาก ยิ่งตอนที่ปิดห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร จะหาซื้ออะไรก็ไม่ค่อยสะดวก ยังดีที่มีร้านเซเว่นฯ ขาดเหลืออะไรก็นึกถึงเซเว่นฯ โดยเฉพาะเมื่อมีบริการส่งถึงบ้าน ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นมาก เพราะโควิดทำให้ตอนนี้การสั่งของออนไลน์ไม่ใช่เรื่องใหม่ กลายเป็นปกติของวิถีชีวิตไปแล้ว” หนึ่งในเสียงของผู้บริโภคร่วมแสดงความคิดเห็น

อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ใช่ช่วงเวลาที่ง่ายนัก แต่เมื่อประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 ออกมา ก็พบว่า ซีพี ออลล์ยังมีกำไรก่อนดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายภาษีจำนวน 5,353 ล้านบาท เมื่อเป็นกำไรสุทธิคือ 2,887 ล้านบาท เรียกว่าหักปากกาสารพัดเซียนที่เขียนนำไปก่อนว่าต้องขาดทุนแน่ๆ

ถึงแม้มาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดต่างๆ ที่ภาครัฐออกมาเป็นข้อแนะนำ และขอความร่วมมือจากประชาชน จะทำให้จำนวนลูกค้าที่ร้านลดน้อยลง แต่กลับกันพบว่า ลูกค้ามีการจับจ่ายเฉลี่ยต่อครั้งสูงขึ้น และยังมียอดจาก O2O เข้ามาชดเชยที่หน้าร้านด้วย

ทั้งนี้ ไม่เพียงแต่ปรับตัวเชิงรุกในการทำธุรกิจเท่านั้น แต่ซีพี ออลล์ ยังเสริมแกร่งให้กับการบริหารกิจการ ด้วยการดำเนินการควบคุมการใช้จ่ายอย่างรัดกุม และมีประสิทธิภาพ โดยบริษัท และบริษัทย่อยสามารถลดค่าใช้จ่ายกลุ่มต้นทุนในการจัดจำหน่ายลงได้ถึงร้อยละ 7.1 และลดค่าใช้จ่ายในการบริหารลงได้ถึง ร้อยละ 20.3ไม่เพียงแต่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ที่ถูกยกระดับให้กลายเป็นร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกที่ ทุกเวลาแล้ว

ไตรมาสนี้ ซีพี ออลล์ ยังประกาศการร่วมทุนกับกลุ่ม Dairy Farm International Holding ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำในด้านธุรกิจสุขภาพ และความงามในเอเชีย จัดตั้ง บริษัท ออลล์ การ์เดี้ยน จำกัด ขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามภายใต้เครื่องหมายการค้า “Guardian” ประเทศไทย

นับเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องตามเทรนด์คนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต และการมีสุขภาพที่ดี อาจกล่าวว่าซีพี ออลล์ กำลังจะก้าวไปพร้อมกับผู้บริโภคในทุกมิติอย่างยั่งยืนจริงๆ

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน