ส.ส.พิมพ์ภัทรา จูงมือ รมว.เฉลิมชัย อนุมัติโครงการพัฒนาลุ่มน้ำคลองกลาย

169

จากปัญหาวิกฤติที่เกิดขึ้นกับลุ่มน้ำคลองกลายในเขตอำเภอท่าศาลา และอำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นแหล่งผลิตทุเรียนส่งออกต่างประเทศแหล่งใหญ่ของประเทศไทย รวมทั้งเป็นพื้นที่ทำการเกษตรพันธ์ไม้เศรษฐกิจหลายชนิด อาทิ มังคุด ยางพารา ปาล์มน้ำมันและ อีกจำนวนมาก โดยหลายปีที่ผ่านมาได้เกิดปัญหาอย่างต่อเนื่องทั้งวิกฤติน้ำหลากจากเทือกเขานครศรีธรรมราชสร้างผลกระทบอย่างรุนแรง และเมื่อเข้าสู่หน้าแล้งจะเกิดการขาดน้ำหล่อเลี้ยงพื้นทางการเกษตรอย่างหนัก ประกอบกับปัญหาน้ำทะเลหนุนที่ไหลย้อนเข้าคลองกลายเข้ามายังพื้นนี้แผ่นดินชั้นในกว่า 15 กิโลเมตรสร้างผลกระทบให้กับระบบนิเวศอย่างรุนแรง เกษตรกรทั้งสองฝั่งลุ่มน้ำไม่สามารถใช้น้ำได้เนื่องจากน้ำในคลองกลายกลายเป็นน้ำทะเลแทบทั้งสายน้ำและยังส่งผลกระทบกับพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 200 ตารางกิโลเมตรตลอดแนวลุ่มน้ำ

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 18 ส.ค.63 นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยชาวอำเภอนบพิตำ และอำเภอท่าศาลา ได้ร่วมกันทำหนังสือแจ้งปัญหาเร่งด่วนเสนอให้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งทำการแก้ไขปัญหาตามแผนพัฒนาลุ่มน้ำคลองกลายทั้งระบบซึ่งมีแผนดำเนินการอยู่แล้ว โดยนายเฉลิมชัยได้เดินทางลงพื้นที่ปัญหาพร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นของประชาชนชาวอำเภอนบพิตำ และอำเภอท่าศาลา ด้วยตัวเองพร้อมทั้งข้าราชการระดับสูงของกรมชลประทานเพื่อนำไปสู่โครงการสร้างประตูระบายน้ำ ซึ่งระบุว่าประชาชนจะไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากใช้พื้นที่ของกรมชลประทานที่มีอยู่แล้วในบริเวณบ้านนากุน รอยต่อระหว่างหมู่ที่ 6 ตำบลสระแก้ว และหมู่ที่ 1 ตำบลตลิ่งชัน อำเภอท่าศาลา

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าการแก้ปัญหาจะมี 3 ระยะคือระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว โดยจะสร้างให้คลองกลายเป็นพื้นที่เก็บน้ำ โดยกรมชลประทานจะได้ดำเนินการโครงการแรกได้เลยคือโครงการประตูน้ำเพื่อกักเก็บน้ำในช่วงหน้าฝนไว้ให้ใช้ในช่วงหน้าแล้ง และกันการรุกล้ำของน้องเค็มเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรม

สำหรับการใช้งบประมาณนั้นจะเป็นลักษณะของโครงการชุดที่รวมหลายโครงการขนาดเล็กเพี่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่เช่นโครงการแรกคือการสร้างประตูน้ำเพื่อกักเก็บยกระดับปริมาณน้ำกักเก็บในคลองกลาย หลังจากนั้นจะมีการสร้างสถานีสูบน้ำเข้าสู่คลองไส้ไก่ที่มีอยู่แล้ว การกักเก็บน้ำในอ่างพวงตามจุดต่างๆกระจายในพื้นที่ลุ่มน้ำเพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งน้ำ โดยใช้งบประมาณ 2-3 พันล้านบาท

ขณะที่นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช ผู้ดำเนินการผลักดันการแก้ไขปัญหาลุ่มน้ำคลองกลาย เปิดเผยยืนยันว่าลักษณะโครงการจะไม่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตหรือที่ทำกินของประชาชน ยืนยันว่าไม่ได้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ หรือการสร้างเขื่อนตามที่มีการพยายามสร้างความเข้าใจผิดให้เกิดขึ้นในพื้นที่ หากดำเนินการโครงการแล้วเสร็จปัญหาการขาดแคลนแหล่งน้ำจะหมดไป ประโยชน์ที่ได้รับจะเกิดขึ้นกับพื้นที่เกษตรกรรมที่สร้างรายได้จากการผลิตทุเรียนนอกฤดูให้กับประเทศไทยหลายพันล้านหรืออาจกว่าหมื่นล้านบาทโดยเฉพาะอำเภอนบพิตำและอำเภอท่าศาลา ซึ่งอยู่ในลุ่มน้ำคลองกลายแหล่งผลิตทุเรียนส่งออกจะสามารถลดต้นทุนการขุดเจาะบาดาลหาแหล่งน้ำของเกษตรกรหลายแสนบาทต่อราย

สิวะ พันธภาค จ.นครศรีธรรมราช/รายงาน