ปลิงทะเลสัตว์น้ำเศรษฐกิจไทยตัวใหม่ กิโลกรัมละ7,000บาท

233

กรมประมง สั่งลุยโครงการเพาะเลี้ยงปลิงทะเล หวังทดแทนจากธรรมชาติ ระบุตลาดให้ราคาดีชาวประมงให้ความสนใจ หวั่นถูกจับหมดทะเล เตรียมสอนเกษตรกรเพาะเลี้ยงเองและส่วนหนึ่งปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ หวังส่งเสริมให้เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจชนิดใหม่ของไทย เผยปัจจุบันราคาซื้อขายสูงถึงกิโลกรัมละ 3,000 – 7,000 บาท

17ส.ค.63/นายถาวร จิระโสภณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีการนำปลิงทะเลขึ้นมาใช้ประโยชน์เพื่อการบริโภค เพราะปลิงทะเลจัดเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง จึงนิยมนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตยาและอาหารเสริม ซึ่งในประเทศมีการจับปลิงทะเลขึ้นมาใช้ประโยชน์เป็นจำนวนมาก ทั้งเพื่อการบริโภคภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ เป็นที่ต้องการของตลาด โดยราคาขายปลิงทะเลสดจากชาวประมง ถ้าเป็นแบบสด จะขายอยู่ที่ ราคา 300 – 500 บาท/กิโลกรัม ส่วนแบบตากแห้ง ราคาจะยิ่งสูงขึ้นไปถึง 3,000 – 7,000 บาท/กิโลกรัม

ถาวร จิระโสภณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง

ประเด็นตรงนี้เองที่เป็นเหตุให้ปลิงทะเลถูกจับขึ้นมาจำนวนมากจนไม่สามารถเกิดทดแทนได้ทัน ด้วยเหตุนี้ กรมประมงจึงมุ่งที่จะผลักดันให้ปลิงทะเลเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศไทย

ทั้งนี้ กรมประมง โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ ได้เคยมีการศึกษาการเพาะพันธุ์ปลิงทะเล ชนิด H.scabra จนสำเร็จในปี 2551

ต่อมามีการศึกษาพัฒนาเทคนิคการอนุบาลลูกปลิงทะเลอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มอัตราการรอด และเพิ่มผลผลิตเพื่อนำปล่อยคืนสู่ธรรมชาติและทดลองเลี้ยงในบ่อดินเพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมให้เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจชนิดใหม่ และได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) จัดทำโครงการเกี่ยวกับปลิงทะเล จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการการพัฒนาระบบการเพาะเลี้ยงปลิงทะเล (Holothuria scabra, jaeger 1833)

โครงการที่สองการเพิ่มผลผลิตในการเพาะเลี้ยงโดยใช้ฮอร์โมนควบคุมการพัฒนาต่อมเพศและโครงการที่สาม การผลิตเซลล์สืบพันธุ์ ซึ่งโครงการนี้ใช้เวลาดำเนินการถึง 3 ปี (พ.ศ.2556 – 2559) จึงประสบความสำเร็จได้เทคนิคในการเพาะพันธุ์และอนุบาลลูกปลิงทะเลระยะต่างๆ รู้ถึงข้อมูลเบื้องต้นในการเลี้ยงปลิงทะเล ลักษณะทางกายวิภาคศาสตร์ของปลิงทะเล ข้อมูลระบบการสืบพันธุ์ การพัฒนาเซลล์สืบพันธุ์ และได้ชนิดใช้ฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ในปลิงทะเล

หลังจากนั้น ในปี พ.ศ.2562 (วันที่ 2 มกราคม 2562 – 1 มกราคม 2563 : ระยะเวลา 1 ปี) จึงได้มีโครงการการพัฒนาต่อยอดการเพาะเลี้ยงปลิงทะเล Holothuria scabra เชิงพาณิชย์ จนกระทั่งได้เทคนิคการขุนเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลิงทะเลในที่กักขัง ได้ข้อมูลการพัฒนาเซลล์สืบพันธุ์ของปลิงทะเลที่รวบรวมจากแหล่งธรรมชาติสามารถกำหนดช่วงฤดูกาลที่เหมาะสมในการเก็บรวบรวมพ่อแม่พันธุ์นำมาเพาะพันธุ์

ที่สำคัญได้เทคนิคการอนุบาลลูกปลิงทะเลให้มีอัตรารอดตายสูงขึ้น และได้รูปแบบการเลี้ยงปลิงทะเล

ล่าสุด คือ โครงการการเลี้ยงปลิงทะเล Holothuria scabra รูปแบบต่างๆ เพื่อขยายผลสู่เกษตรกร มีระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี ระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 – 14 พฤษภาคม 2564 จะมุ่งเน้นการศึกษารูปแบบการเลี้ยงปลิงทะเลแบบต่างๆ ทั้งในบ่อคอนกรีต บ่อดิน การเลี้ยงผสมผสานกับสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ และการเลี้ยงในคอกทะเล ฯลฯ โดยจะเริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่การเพาะพันธุ์และอนุบาล การรวบรวมและลำเลียงพ่อแม่พันธุ์ การขุนเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ การให้อาหาร ส่วนประกอบอาหาร การสืบพันธุ์ การขยายพันธุ์ ฯลฯ ซึ่งเมื่อสิ้นสุดโครงการฯ นี้จะได้ข้อมูลในการนำไปถ่ายทอดให้กับเกษตรกรต่อไป

นายถาวร กล่าวว่า กรมประมง เชื่อมั่นว่าในอนาคตปลิงทะเลจะกลายเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจตัวใหม่ที่เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างกว้างขวางแน่นอน ด้วยสรรพคุณทางโภชนาการ ซึ่งตอบโจทย์คนรักสุขภาพในยุคปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงส่วนหนึ่งคือการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อรักษาฟื้นฟูทรัพยากรให้คงอยู่และมีใช้อย่างยั่งยืนก็เป็นหน้าที่หลักที่กรมประมงที่จะดำเนินการควบคู่กันไป

นายถาวร กล่าวว่า สำหรับข้อมูลปลิงทะเล (Sandfish) Holothuria scabra หรือที่รู้จักว่า “ปลิงขาว” เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง อาศัยอยู่หน้าดินบริเวณแนวชายฝั่งทะเล ประเทศ

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน