นายก อบจ.สกลนคร เดือดขู่แจ้งจับแก๊งมิจฉาชีพหลอกตุ๋นเงินชาวบ้าน

128

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 สิงหาคม 2563 ที่ อบจ.สกลนคร นายปิยะ คำชา อายุ 51 ปี ชาวบ้านสร้างดู่ ต.แวง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร พร้อมชาวบ้านใน ต.แวง ต.ธาตุทอง กว่า 20 คน เข้าพบ นายชัยมงคล ไชยรบ นายก อบจ.สกลนคร เพื่อขอคำแนะนำกรณีถูกมิจฉาชีพหลอกตุ๋นเงินนับแสนบาท โดยนายปิยะ คำชา กล่าวว่า ได้มีชายแปลกหน้า แต่งตัวภูมิฐานมาเปิดห้องเช่าที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งใน ต.แวง อ.สว่างแดนดิน เมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา และเข้ามาตีสนิทคนในพื้นที่ อ้างว่านายทุนต้องการหาซื้อที่ดินไร่ละ 100,000 บาท วงเงินกว่า 150 ล้านบาท เพื่อนำไปเก็งกำไร จนทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อเพราะแต่ละคนมีภาระหนี้สิน และจำเป็นต้องนำไปใช้จ่าย จึงบอกต่อญาติพี่น้องที่ต้องการขายที่ดินจนรวมกันได้กว่า 800 ไร่ ซึ่งชายคนดังกล่าวได้ออกอุบายว่า สำหรับคนที่มีที่ดินแต่ยังมีปัญหาในการติดจำนองยังสถานบันการเงิน ก็สามารถขายได้ โดยบอกว่ามีนายทุนใหญ่อยู่เบื้องหลังจะให้เงินไปไถ่โฉนดที่ดินให้ก่อน แต่ขอคิดค่าหัวคิวในอัตราร้อยละ 2 บาท เช่น ใครติดจำนอง 100,000 บาท ก็ต้องจ่ายให้ชายคนดังกล่าวจำนวน 2,000 บาท

นายปิยะ กล่าวต่อว่า ที่ดินของชาวบ้านส่วนใหญ่ติดจำนองเกือบหมดและต้องการขายที่จริงๆ เพราะชายคนดังกล่าวให้ราคาซื้อสูงโดยบอกว่ายังจะได้ค่านายหน้าจากเจ้าของที่ดินอีกร้อยละ 3 ยิ่งโน้มน้าวจิตใจให้พากันหาเงินไปจ่ายให้ชายคนดังกล่าว ขณะกำลังร้องเรียนต่อ นายก อบจ.สกลนคร อยู่นั้น ปรากฏว่าคนร้ายได้โทรศัพท์เข้ามาหานายปิยะ โดยบอกให้รวบรวมเอกสารโฉนดที่ดินส่งไปให้ฝ่ายเลขา จะได้รวบรวมส่งต่อไปให้นายทุนและบอกให้ผู้ที่จะขายรายอื่นๆที่ยังไม่จ่ายเงินให้นำมาจ่ายด้วย

นายชัยมงคล ไชยรบ นายก อบจ.สกลนคร ซึ่งนั่งฟังและบันทึกเสียงไว้ด้วย ได้กล่าวกับคนร้ายว่า ขณะนี้ผู้เสียหายรู้แล้วว่าโดนหลอก ขอให้คนร้ายโอนเงินทั้งหมดกลับมาให้ผู้เสียหาย ไม่เช่นนั้นจะแจ้งความฐานฉ้อโกง คนร้ายก็บอกว่าจะโอนเงินกลับคืนให้ แต่สุดท้ายก็บล็อกช่องทางการสื่อสารทั้งหมด นายชัยมงคล บอกว่ารู้แล้วว่าคนร้ายอยู่ที่ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในประเทศไทย จะตามไปลากคออย่างแน่นอนเพราะมาหลอกต้มประชาชนของตน พร้อมแนะนำให้ผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.สว่างแดนดิน และ สภ.แวง เพื่อจะได้ดำเนินคดีต่อไป

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ใน ต.แวง อ.สว่างแดนดิน เพื่อสอบถามผู้เสียหายทราบว่า มีเหยื่อแก๊งต้มตุ๋นรายนี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุมีหนี้สินที่ดินก็ติดจำนอง จึงอยากปลดหนี้เพราะคนร้ายให้ราคาสูง จึงไปกู้หนี้ยืมสินมาจ่ายให้คนร้าย บางรายก็กู้มาในอัตราร้อยละ 10 ซึ่งน่าเห็นใจมากเพราะเป็นหนี้แล้วยังไม่พอ กลับมาโดนหลอกซ้ำ ที่ดินก็ไม่ได้ขายจึงอยากได้เงินคืนและขอให้เจ้าหน้าที่ลากคอคนร้ายแก๊งนี้ซึ่งน่าเชื่อว่ามีหลายคนมาลงโทษตามกฎหมาย ไม่ต้องการให้คนอื่นๆตกเป็นเหยื่ออีก แต่ละคนก็หาเช้ากินค่ำสู้ชีวิตไปวันๆ บางคนเอาเบี้ยคนพิการ เบี้ยยังผู้สูงอายุ บางรายยังป่วยเป็นมะเร็ง ก็ต้องลำบากหาเงินมาจ่ายเดือดร้อนกันไปหมด อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ครั้งนี้ เราสืบทราบจนรู้ว่าเป็นใครมาจากไหน และจะนำหลักฐานส่งมอบให้ตำรวจ เพื่อแจ้งความนำตัวมาดำเนินคดีให้ได้ จากรายงานเพิ่มเติมพบว่า พฤติกรรมชายดังกล่าว ในพื้นที่ จ.นครพนม ก็มีเหยื่อหลงกลเช่นกันสูญเงินไปเกือบ 400,000 บาท และคาดว่าอาจจะยังคงไปลงมือก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว ในพื้นที่ละแวกภาคอีสานจึงฝากเตือนไว้ด้วย.

วัฒนะ แก้วก่า จ.สกลนคร/รายงาน