มิติใหม่ศาลดิจิทัล สะดวก รวดเร็ว แจงคู่ความ ทนายความ แฮปปี้ลดค่าใช้จ่าย

270

“ศาลยุติธรรม” พัฒนาระบบ SMART CARD แจ้งเตือนอัจฉริยะ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว อนาคตตั้งเป้าสร้างระบบสแกนม่านตา IRIS CODE ยืนยันตัวบุคคลผู้ต้องหา /จำเลยคดีอาญา

1 ส.ค. 63 /นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม พร้อมด้วยนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม และคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่ศาลจังหวัดพัทยาและศาลแขวงพัทยา ชมการสาธิตนวัตกรรมต่าง ๆ ที่ศาลยุติธรรมและสำนักงานศาลยุติธรรม สนับสนุนส่งเสริมสู่การเป็นศาลดิจิทัล ซึ่งกว่า 5 ปีที่พัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่นำมาใช้สร้างความสะดวกแก่คู่ความ ทนายความ รวมทั้งส่วนงานตุลาการ โดยช่วงเดือนสิงหาคมนี้ สำนักงานศาลยุติธรรม ครบ 20 ปีการบริหารองค์กร ได้ก้าวสู่การพัฒนาอีกขั้นจึงจัดทำ “ระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะด้วยบัตรประชาชนใบเดียว” หรือ Smart Card ซึ่งเป็นอีกนวัตกรรมก้าวสู่ความเป็นดิจิทัลคอร์ท

สราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม

ที่สำคัญระบบดังกล่าวจะทำให้การติดต่อราชการศาลมีความสะดวก รวดเร็ว ซึ่งวิธีดำเนินการ พนักงานต้อนรับปะจำศาล (สาวเสื้อฟ้าประจำแต่ละศาล) จะสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการมาติดต่อศาล

จากนั้นสแกนบัตรประชาชนของผู้มาติดต่อ ผ่านโปรแกรม SIAM ID เมื่อขึ้นข้อความให้เลือกติดต่อกลุ่มงาน เจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อความไปยังกลุ่มงานที่ถูกเลือกทันทีผ่าน LINE NOTIFY ชื่อของผู้ติดต่อก็ปรากฏโดยอัตโนมัติที่หน่วยงานปลายทาง ไม่ต้องมีการพิมพ์ และยังปรากฏรายละเอียดของการมาติดต่อเบื้องต้นด้วย โดยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานที่ได้รับข้อความแจ้งดังกล่าว สามารถเตรียมความพร้อมในการให้บริการล่วงหน้าประชาชนคู่ความ รวมถึงการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ตามห้องพิจารณาต่าง ๆ เกี่ยวกับการมาถึงของพยานคู่ความได้ทันที

ทั้งนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้พนักงานอัยการและทนายความในการติดตามพยาน/ตัวความได้ทางหนึ่งด้วย ซึ่งผลงานนวัตกรรมนี้ คณะทำงานบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีดิจิทัลของศาลยุติธรรมประจำจังหวัดกาญจนบุรีได้ร่วมพัฒนา

ขณะนี้ศาลจังหวัดกาญจนบุรีกำลังดำเนินการนำร่องเริ่มต้นระบบ ในอนาคตเตรียมขยายถึงศาลพื้นที่ต่าง ๆ ด้วย พร้อมกับการพัฒนาต่อยอดที่จะนำข้อมูลที่ได้จากบัตรประชาชนมาเก็บในฐานข้อมูลเพื่อสร้างแบบคำร้องขออัตโนมัติ เช่น คำร้องขอคัดถ่ายเอกสารในสำนวน คำร้องขอปล่อยชั่วคราว คำร้องใบเดียวของจำเลยในการปล่อยชั่วคราวตามนโยบายประธานศาลฎีกา หรือสร้างระบบการตรวจสอบฐานข้อมูลความเกี่ยวข้องของบุคคลนั้น ๆ อาทิ ข้อมูลประวัติคดี ข้อมูลหมายจับ ข้อมูลการมีสิทธิได้รับเงินในคดี

อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 ต่อเนื่องปี 2564 “สำนักงานศาลยุติธรรม” ยังเตรียมพัฒนาระบบคัดกรอง ตรวจสอบ ยืนยันตัวบุคคล สำหรับผู้ต้องหา/จำเลยในคดีอาญา ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ Biometrics (ไบโอเมทริกซ์) อาทิ การสแกนม่านตา หรือ ไอริส (IRIS CODE) การสแกนนิ้วมือ (Finger Print) ระบบ 4 : 4 : 2 การสแกนหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต หรือ Passport) ที่พร้อมจะต่อยอดเชื่อมโยงการตรวจสอบฐานข้อมูลยืนยันตัวบุคคลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการคิดพัฒนาโดยสำนักส่งเสริมงานตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม

ว่าที่ร้อยตรีกานต์ เหมสมิติ รายงาน