นักวิเคราะห์แนะ Q3 ลงทุนแบบ Defensive CPALL ครึ่งปีหลังเชื่อทะยานทะลุ 80

110

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในประเทศไทยเริ่มคลี่คลายไปทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกันเป็นระยะเวลาถึงเกือบสองเดือน ทำให้รัฐบาลเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ลงเรื่อยๆ ส่งผลดีต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และยังทำให้ตลาดการเงินกลับเข้าสู่ภาวะเกือบปกติถึงความไม่นอนในระยะยาวอาจจะมีอยู่แต่ความเสี่ยงในระยะสั้นลดลง

บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด แนะนำกลยุทธ์กรลงทุนช่วงไตรมาส 3/63 ให้สร้างพอร์ตลงทุนแบบ defensive เน้นหุ้นมูลค่าตามปัจจัยพื้นฐานและ story เกี่ยวกับการเติบโตรอบใหม่ และหุ้น cyclical ที่มีความคาดหวังต่ำ ขณะเดียวกันก็ยังให้เก็บหุ้น top picks ไตรมาส 2/63 โดยประเมินเป้าหมายของ SET Index ในปี 2564 โดยอิงกับปัจจัยพื้นฐานอยู่ที่ 1,430 จุด

ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) มองช่วงครึ่งปีหลังจะเป็นช่วงของการฟื้นตัว ในกลุ่มค้าปลีก CPALL เป็นหุ้นที่มีความโดดเด่น และน่าสนใจจากมูลค่าที่ไม่แพง และภาพรวมการฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปสอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เชื่อมั่นว่าราคาเป้าหมายไปได้ไกลถึง 83.20 บาทต่อหุ้น

สอดคล้องกับ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ จำกัด ที่แนะนำให้ “ซื้อ” CPALL เช่นกัน หลังเคยทะยานไปแตะสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ ได้ถึง 88.25 แม้จะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เช่นเดียวกับทุกธุรกิจ แต่เพิ่งจะจ่ายปันผลไปที่ 1.25 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 1.20 และ 1.10 ยังให้มุมมองบวกต่อแนวโน้มธุรกิจ ซึ่งคาดว่าการขยายสาขา และยอดขาย ตลอดจนอัตรากำไรที่ดีขึ้นจากสินค้าใหม่จะหนุนการเติบโตระยะยาว ให้มูลค่าพื้นฐาน (DCF) อยู่ที่ 75.00 บาทต่อหุ้น ส่วนกรณี Tesco Lotus เป็น hypermarket รายใหญ่ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูง ซึ่งจะทำให้ CPALL มีธุรกิจค้าปลีกที่ครบวงจร ลดการแข่งขันของสาขาที่รูปแบบคล้ายกัน ช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองกับผู้ขายสินค้า และมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มจากธุรกิจพื้นที่เช่าทั้งในไทย และมาเลเซียอีกด้วย

เช่นเดียวกับ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่เชื่อว่า แม้จะได้รับผลกระทบจากการล็อคดาวน์ก่อนหน้า แต่จากสถานการณ์ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แนะนำให้ถือ CPALL เพราะยังแข็งแกร่ง ตั้งเป้าที่ราคา 79.00 บาทต่อหุ้น

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน