ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพาลุยชายแดนตาพระยาสกัดแรงงานเขมรทะลักเข้าไทย

159

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 63 พล.ต.ธราพงษ์ มะละคำ ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา พร้อมด้วย พ.อ.(พิเศษ) ชิษณุพงษ์ รอดศิริ รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติของ จนท.ฉก.ตาพระยา(หน่วยเฉพาะกิจตาพระยา) และ ชค.ตชด.12(ชุดควบคุมตำรวจตะเวณชายแดนที่ 12) ที่ จุดตรวจชายแดน ต.14 บ้านแสง(สะแงห์ ) ต.ทัพเสด็จ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ของ ร้อย ฉก.ตชด.2 ในการป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่อาจติดต่อมากับแรงงานต่างด้าวฯโดยมี พ.อ.ถิรเดช ลิ้มคุณากูล รอง ผบ.ฉก.ตาพระยา, พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.ตม.จว.สระแก้ว,นายวินัย โตเจริญ นายอำเภอตาพระยา จ.สระแก้ว พร้อม จนท.ร้อย ฉก.ตชด.2 ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ พล.ต.ธราพงษ์ มะละคำ ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา พร้อมคณะฯได้เดินเท้าลุยตรวจช่องทางธรรมชาติบริเวณชายแดน จุดตรวจที่ ต.14 และ ต.15 ต.ทัพเสด็จ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ซึ่งที่ผ่านมามีแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาลักลอบเข้ามาในประเทศไทยและถูก จนท.จับกุมดำเนินคดีได้จำนวนมาก ทั้งนี้ ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ได้สั่งการให้ ฉก.ตาพระยา และ ชค.ตชด.12 นำลวดหนามมาวางเป็นรั้วตลอดแนวชายแดนบริเวณจุดตรวจต่างๆโดยให้ทำเป็นรั้วลวดหนาม3ชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้แรงงานต่างด้าวฯสามารถลักลอบปีนข้ามเข้ามาในฝั่งไทยได้

นอกจากนี้ได้กำชับให้ จนท.ติดตั้งเสาไฟส่องสว่าง บริเวณทางแยกลงช่องทางธรรมชาติ ริมถนนศรีเพ็ญ ซึ่งเป็นถนนเลียบแนวชายแดน เพื่อให้ จนท.สามารถมองเห็นได้ในระยะไกล
ซึ่งการเดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติของ จนท.หน้าแนวชายแดน ในครั้งนี้ พล.ต.ธราพงษ์ มะละคำ ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา เผยว่าไม่ได้มาจับผิด จนท.แต่เป็นการมาให้กำลังใจและกำชับการปฏิบัติให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา ซึ่งมีผลต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศเนื่องเนื่องจากเราไม่ทราบว่าแรงงานฯดังกล่าวอาจเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสโควิด เข้ามาในประเทศไทยได้ ดังนั้น จนท.จำเป็นต้องรักษาความมั่นคงทางด้านการสาธารณสุขของประเทศไว้อย่างเหนียวแน่นที่สุด โดยได้กำชับ จนท.ให้ทำรั้วลวดหนามตลอดแนวชายแดน ป้องกันการลักลอบเข้าประเทศไทย พร้อมทั้งให้ติดตั้งไฟส่องสว่างตามเส้นทางติดต่อช่องทางธรรมชาติ เพื่อให้ จนท.สามารถมองเห็นได้ตลอดเส้นทาง เราจะต้องทำให้ไม่มีแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าประเทศตามช่องทางธรรมชาติได้อีก แม้จะเป็นการยากเนื่องจากชายแดน จ.สระแก้ว ที่มีพรมแดนติดกับประเทศกัมพูชามีระยะทางยาวกว่า 165 กม. และ ไม่มีสิ่งกีดขวางทางธรรมชาติ ดังนั้นจึงต้องใช้ กำลัง จนท.เป็นผู้สกัดกั้น และใช้ความถี่ในการออกตรวจตราตามแนวชายแดน
ส่วนหากมีการจับกุมแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง จนท.จะต้องสืบสวนสอบสวนเพื่อจับกุมทั้งผู้นำพาและขบวนการค้าแรงงานเถื่อนเหล่านี้มาลงโทษให้หมด เพื่อเป็นการตัดตอนไม่ให้ขบวนการค้าแรงงานเถื่อนเติบโตได้อีก

ชัชวาลย์ โสภาพันธ์ จ.สระแก้ว/รายงาน