“ไทยฟิล์มอินดัสตรี่”ระยองใจร้าย! เลื่อนจ่ายเงินชดเชยยาวถึงสิ้นปี เมินอดีตพนักงานป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายหมดเงินรักษาตัว

704

จบไม่สวยแล้วบริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน) จ.ระยอง เจออดีตพนักงาน 140 คนรวมตัวยื่นหนังสือถึงผู้บริหาร กรมแรงงานจังหวัด ระบุไร้เงินค่าชดเชยการเลิกจ้างกว่า 35 ล้านบาทตามที่นัดจ่าย 30 มิ.ย.63 แสบสุดทอดทิ้งอดีตพนักงานป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย อ้างเหตุสุดวิสัยเจอโควิด-19

2 ก.ค.63 /ที่จังหวัดระยองเสียงตบเท้าดังอื้ออึงเมื่ออดีตพนักงานจำนวน 140 คน ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมกรณีบริษัทไทยฟิล์มอินดัสตรี่ ต.มาบข่า อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ได้ประกาศเลิกจ้างพนักงาน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.2563 นัดจะจ่ายเงินค่าชดเชยการเลิกจ้างซึ่งยังคงค้างให้กับพนักงานส่วนที่ยังไม่ได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2563 และวันที่ 1 ก.ค 2563 เป็นวันครบกำหนดการจ่ายเงิน กลับขอเลื่อนไปจ่ายให้อีกครั้งไม่เกินวันที่ 30 ธ.ค.2563

นายธวัชชัย คูณขุนทด อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นพนักงานบริษัทฯมากว่า 15 ปี เป็นตัวแทน พนักงานเดินทางไปยื่นหนังสือเกี่ยวกับค่าชดเชยการเลิกจ้างต่อกรมแรงงานจังหวัดระยอง และกรมคุ้มครองแรงงานที่ศาลากลางจังหวัดระยอง

จากนั้นอดีตพนักงานบริษัทฯได้รวมตัวกันเดินทางมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรม กับผู้บริหาร บริษัทไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด(มหาชน)ซึ่งมีนายไกรวิทย์ อนันตชานนท์ รักษาการผู้จัดการโรงงานเป็นตัวแทนรับข้อร้องเรียนดังกล่าว

นายธวัชชัย กล่าวว่า บริษัทฯได้มีประกาศการเลิกจ้าง นัดแรกที่ออกมาแล้วในวันที่ 31 มีนาคม 2563 จำนวน129 คน และวันที่ 7 เมษายน 2563 ประกาศให้ออกมา อีก 11 คน รวมเท่ากับ 140 คน ที่ยังไม่ได้เงิน รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 35 ล้านบาท

ที่สำคัญมีอดีตพนักงานที่ถูกเลิกจ้างรายหนึ่งทำงานให้บริษัทฯมานานกว่า 20 ปี ป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย และวันที่ 30 มิ.ย.2563 ทางบริษัทฯนัดจ่ายเงินค่าชดเชยให้ แต่ก็ไม่ได้รับ ทำให้สิ้นหวัง เสียใจที่ถูกบริษัทฯเพิกเฉย เพราะไม่มีเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวเอง ส่งผลให้กลุ่มพนักงานถูกเลิกจ้างจำนวน 140 คนจึงร่วมด้วยช่วยกันแบ่งปันเงินเท่าที่พอจะมีจํานวนหนึ่งซึ่งไม่มากมอบให้กับเพื่อนอดีตพนักงานซึ่งขณะนี้นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดระยองเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่าย

เบื้องต้นได้สอบถามไปยังนายไกรวิทย์ อนันตชานนท์ รักษาการผู้จัดการโรงงานกล่าวว่าตามที่บริษัทฯมีความจำเป็นต้องเลิกจ้างพนักงานไปบางส่วนนั้น อันเนื่องจากการหยุดการผลิต เป็นประการสำคัญ แผนธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย

ตามแผนฟื้นฟูบริษัทฯ มีเป้าหมายจะขายทรัพย์สินที่ไม่กระทบต่อการดำเนินงานเพื่อจ่ายค่าเลิกจ้างให้แก่พนักงานทุกคนตามที่กำหนดไว้ในวันหนังสือเลิกจ้าง แต่เนื่องจากวันที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ยังคงอยู่ รัฐบาลไทยยังคงประกาศต่ออายุการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และรัฐบาลยังไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติ เดินทางมาประเทศไทยได้เป็นผลให้นักลงทุนต่างประเทศที่สนใจเข้ามาซื้อทรัพย์สินไม่สามารถเดินทางเข้ามาในประเทศและเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินได้

ทั้งนี้ บริษัทฯคาดว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้ารัฐบาลก็จะอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยได้และบริษัทก็จะเร่งเจรจาขายทรัพย์สินเพื่อนำเงินมาจ่ายค่าชดเชยให้แก่พนักงานที่เลิกจ้างทุกท่าน ได้อย่างช้าไม่เกินภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2563 ซึ่งพนักงานจำนวน 140 คนนี้ เกิดความไม่พอใจที่บริษัทฯไม่ทำตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ว่าจะจ่ายให้ในวันที่ 30 มิถุนายน 2563 จึงได้มีการทำหนังสือร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมต่อหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบเรื่องนี้

นิตยา ทุมมานนท์ จ.ระยอง/รายงาน