กทม.เข้มเปิดเรียนวันแรกตรวจเยี่ยมโรงเรียนในสังกัดทุกพื้นที่

446

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร

ผู้บริหารกทม. ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในสังกัด ติดตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 รับเปิดเทอม

1 ก.ค.63/พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ในวันเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 และติดตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยมี นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักการศึกษา ผู้บริหารสำนักเทศกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมตรวจเยี่ยม ณ โรงเรียนประชานิเวศน์ และโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ เขตจตุจักร

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กรุงเทพมหานครได้กำหนดวันเปิดภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2563 ของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครในวันนี้ (1 ก.ค.63) และด้วยความห่วงใยนักเรียน ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งผู้ปกครองที่มาส่งบุตรหลานในช่วงเปิดภาคเรียน กรุงเทพมหานคร จึงได้เตรียมความพร้อมและมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยกำหนดมาตรการหลักในการดูแลความปลอดภัย ดังนี้

1.คัดกรองนักเรียน ครู บุคลากร และผู้มาติดต่อราชการทุกคน

2.ขอความร่วมมือให้นักเรียน ครู บุคลากร และผู้มาติดต่อราชการทุกคน สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่ออยู่ในโรงเรียน

3.จัดจุดล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์อย่างเพียงพอ

4.การจัดการเรียนการสอนในห้องเรียน กำหนดให้เว้นระยะห่าง

5.เน้นทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสต่างๆ ที่ใช้ร่วมกัน

6.ไม่จัดกิจกรรมที่เกิดการรวมกลุ่มของนักเรียน

7.จัดอบรมครูในโรงเรียนให้มีความรู้ด้านดูแลสุขอนามัย

8.มีช่องทางติดต่อผู้ปกครองเพื่อการประสานงานได้อย่างรวดเร็ว

9.ขอความร่วมมือกับผู้ปกครองในการป้องกันโรคดังกล่าว สำหรับมาตรการความปลอดภัยในการเดินทางมาโรงเรียนของนักเรียน 1.กรณีนักเรียนเดินทางโดยรถตู้โดยสารรับ-ส่งนักเรียน ให้คนขับรถใส่หน้ากากอนามัยและทำความสะอาดเบาะที่นั่งก่อนรับส่ง-นักเรียนทุกครั้ง

2.กรณีที่ผู้ปกครองมาส่งที่โรงเรียน ต้องจัดพื้นที่สำหรับผู้ปกครองบริเวณหน้าโรงเรียน และมีจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย

3.กรณีนักเรียนเดินทางมาด้วยตนเอง ต้องสวมหน้ากากอนามัย และปฏิบัติดามมาตรการของผู้ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ เช่น การเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล และล้างมือให้สะอาด เมื่อมาถึงโรงเรียนทุกครั้ง

ส่วนจุดคัดกรองนักเรียน กำหนดให้มีการตรวจคัดกรองนักเรียนบริเวณทางเข้าโรงเรียน ด้วยการสังเกตอาการในเบื้องต้น หรือใช้เครื่องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย พร้อมทำสัญลักษณ์นักเรียนที่ผ่านการคัดกรอง เช่น ติดสติ๊กเกอร์ ตราปั้ม หรืออื่นๆ ตามความเหมาะสม พร้อมทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์ล้างมือ เช่น เจลแอลกอฮอล์ บริเวณทางเข้าโรงเรียน และจัดเตรียมสบู่บริเวณอ่างล้างมือ หากพบว่ามีนักเรียนป่วย (มีไข้ ไอ จาม หายใจเหนื่อยหอบ) ให้ครูแยกนักเรียนดังกล่าวออกมา โดยอยู่ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกระหว่างรอผู้ปกครองมารับกลับ หรือแจ้งผู้ปกครองเพื่อพาไปพบแพทย์ หรือส่งต่อเพื่อเข้ารับการตรวจรักษาต่อไป

ด้านการจัดกิจกรรมหน้าเสาธง กรณีโรงเรียนประถมขนาดเล็กและมีพื้นที่กว้าง สามารถจัดนักเรียนเข้าแถวและมีกิจกรรมหน้าเสาธงได้ตามปกติ แต่ต้องมีมาตรการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล (Physical Distancing) กรณีโรงเรียนที่มีพื้นที่จำกัด ให้นักเรียนเข้าแถวที่โต๊ะในห้องเรียนหรือเข้าแถวหน้าห้องเรียน นอกจากนี้ให้ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในห้องเรียน โดยกำหนดให้มีการจัดโต๊ะเรียน จำนวนไม่เกิน 20 ตัว และให้เว้นระยะห่างระหว่างโต๊ะเรียนประมาณ 1-2 เมตร ตามบริบทของสถานศึกษา หากพื้นที่ไม่เพียงพอ อาจใช้ฉากกั้นแทน และทำความสะอาดห้องเรียน โต๊ะเรียน และเก้าอี้ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ทั้งก่อนเรียน พักกลางวัน และหลังเรียน

สำหรับการใช้ห้องน้ำโรงเรียน ให้มีครู หรือเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้นักเรียนสลับกันใช้ห้องน้ำตามความเหมาะสม โดยมีจุดรอคิวและมีการเว้นระยะอย่างชัดเจน และเน้นให้นักเรียนล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์เป็นประจำทุกชั่วโมง โดยเน้นวิธีการล้างมือ 7 ขั้นตอนประมาณ 20 วินาที ตามคำแนะนำของกรมอนามัย ส่วนการรับประทานอาหารของนักเรียนกำหนดดังนี้ 1.โรงเรียนขนาดเล็ก-กลาง ให้รับประทานอาหารที่ห้องเรียนหรือที่โรงอาหาร 2.โรงเรียนขนาดใหญ่ ให้แบ่งสัดส่วน รับประทานอาหารที่ห้องเรียนและโรงอาหาร 3.มีการเหลื่อมเวลาในการพักรับประทานอาหารกลางวัน รอบละ 30 นาที

ด้านการจัดโรงอาหารกำหนดดังนี้ 1.โต๊ะทานอาหารจะต้องมีฉากพลาสติกใสกั้น และเว้นระยะนักเรียน (ตามบริบทและความพร้อมของโรงเรียน)

2.แม่ครัว พนักงานล้างจาน ต้องใส่หน้ากากอนามัยและถุงมือ การปรุงอาหาร ต้องสะอาดและปรุงสุกใหม่

3.ทำความสะอาดโต๊ะ เก้าอี้ พื้นโรงอาหารด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และ

4.ตู้น้ำดื่มให้ดำเนินการตามมาตรการของ ศบค. กำหนดอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้การจัดสภาพแวดล้อมรอบโรงเรียน ให้สำนักงานเขตประสานขอความร่วมมือร้านค้าบริเวณหน้าโรงเรียนโดยให้กำหนดพื้นที่ขาย ให้เว้นระยะห่างจากหน้าโรงเรียนไม่น้อยกว่า 500 เมตร หรืองดขาย โดยให้เจ้าหน้าที่เทศกิจ อพปร. ร่วมอำนวยความสะดวกดูแลความปลอดภัยในการมารับ-ส่ง นักเรียน ช่วงเช้า-เย็น เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า วันนี้เป็นการตรวจเยี่ยมโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครในวันเปิดภาคเรียนวันแรก 1 ก.ค.63 ซึ่งเป็นการเลื่อนการเปิดภาคเรียนจากเดือน พ.ค. เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยในส่วนของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครนั้น ได้มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ครบทั้ง 437 โรงเรียน เช่น มีจุดคัดกรองอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าโรงเรียน มีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือตามจุดต่างๆ อย่างทั่วถึง มีการเว้นระยะห่างระหว่างนักเรียน ให้นักเรียนและบุคลลากรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา สำหรับโรงเรียนประชานิเวศน์ หลังจากได้ไปตรวจเยี่ยมนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ซึ่งมี 3 ห้องเรียน มีนักเรียนประมาณ 30 คน ชั้นอนุบาลปีที่ 2-3 มี 3 ห้องเรียน นักเรียนประมาณ 30 คน พบว่ามีการแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มละ 15 คน แล้วแบ่งเวลาเรียนแบบเหลื่อมเวลาสลับวันเรียนเป็น 2 ผลัด คือ ผลัดแรก วันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์

ส่วนอีกผลัดให้มาเรียนในวันอังคารและวันพฤหัสบดี โดยสลับวันเรียนแต่ละผลัดในสัปดาห์ต่อไป เพื่อเป็นไปตามมาตรการลดความแออัดและการเว้นระยะห่างระหว่างกัน ทั้งนี้ โรงเรียนได้จัดทำฉากกั้นระหว่างที่นอนของเด็กแต่ละคน รวมถึงบริเวณโต๊ะอาหารเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคจากละอองน้ำลายและการหายใจรดกัน โดยโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครทั้ง 437 โรงเรียนจะปฏิบัติตามแนวทางนี้เหมือนกันทุกโรงเรียน

สำหรับภาพรวมในวันนี้ถึงแม้ว่าจะเป็นวันเปิดเทอมวันแรกแต่ผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรของโรงเรียนก็สามารถบริหารจัดการและปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ขอขอบคุณคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาทุกท่านที่ร่วมกันขับเคลื่อนการปฏิบัติดังกล่าว

นอกจากนี้กรุงเทพมหานครยังจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและความปลอดภัยให้กับนักเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครทั้ง 437 โรงเรียนทุกวัน ตามโครงการ “School Zone…Safety Zone : หน้าโรงเรียนปลอดภัย หนูๆ อุ่นใจกับพี่ๆ เทศกิจ” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เกิดจากความห่วงใยของผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ขอให้นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยตามที่กรุงเทพมหานครกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยสวมหน้ากากอนามัยเป็นประจำเมื่อออกนอกบ้าน ล้างมือบ่อยๆทุกครั้งก่อนและหลังทำกิจกรรม เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

ด้านโรงเรียนประชานิเวศน์ เขตจตุจักร มีนักเรียนจำนวน 1,832 คน เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีห้องเรียนจำนวน 42 ห้องเรียน และบุคลากรจำนวน 105 คน จัดรูปแบบการจัดการเรียนการสอนในภาคเรียนที่ 1/2563 แบบสลับวันมาเรียน

ส่วนของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ เขตจตุจักร มีนักเรียนจำนวน 1,738 คน จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1- 6 มีห้องเรียนจำนวน 45 ห้องเรียน และบุคลากรจำนวน 122 คน รูปแบบการจัดการเรียนการสอนในภาคเรียนที่ 1/2563 แบบผสมผสานและสลับวันมาเรียน โดยแบ่งเป็น กลุ่มที่ 1 โครงการ 2 ภาษา (ไทย – อังกฤษ) ห้องเรียนสองภาษา (BP) และห้องเรียน EIS ให้มาเรียนแบบปกติ

กลุ่มที่ 2 มัธยมศึกษาตอนต้น – ปลาย ให้เรียนแบบสลับวันมาเรียน โดยจัดรูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสาน (Blended Learning) แบบ New Normal @MPN โดยแบ่งนักเรียนในห้องเรียนเป็น 2 กลุ่ม (A,B) กลุ่มละไม่เกิน 25-30 คน สลับวันมาเรียนในรูปแบบ On-site และ Online โดยจัดการเรียนการสอนครบทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ นักเรียนอยู่ที่บ้านเรียนด้วยระบบ Online และทางช่องทางอื่น ๆ โดยครูควบคุมการเรียนการสอนผ่านช่องทาง Online มอบหมายแบบฝึกหัด การบ้าน ใบงาน หรือกิจกรรมให้นักเรียนทำที่บ้าน และมีการวัดและประเมินผลแบบออนไลน์และแบบทดสอบจริงโดยพิจารณาผลส่วนหนึ่งจากการประเมินตนเองของนักเรียนและผู้ปกครอง การให้ข้อมูลย้อนกลับเป็นระยะ รวมถึงการรายงานผลการประเมินให้ผู้ปกครองทราบผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน