คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ศึกษาดูงานเรื่อง “การอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม” จังหวัดนครพนม

326

26 มิ.ย. 63/10.00 คณะกรรมาธิการการศาสนาฯ ได้เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการของโรงเรียนพระปริยัติธรรมจังหวัดนครพนม ที่วัดมหาธาตุ อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม หลังจากนั้นได้เข้าร่วมประชุมกับรองเจ้าคณะจังหวัดนครพนม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม วัฒนธรรมจังหวัดนครพนม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครพนม

นางมนพร เจริญศรี โฆษกคณะกรรมาธิการฯ ได้กล่าวแนะนำคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ ในที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนประเด็นโดย มีการหารือเรื่อง พ.ร.บ.พระปริยัติธรรม พ.ศ.2562 ซึ่งได้ตราพระราชบัญญัติแล้ว แต่ยังขาดงบประมาณมาสนับสนุน ยังต้องออกกฎหมายลูกเพื่อผลักดันให้ได้งบประมาณ รวมถึงปัจจุบันการเรียนในรูปแบบโรงเรียนพระปริยัติธรรม ยังคงใช้รูปแบบวัดให้การสนับสนุนการเรียนการสอนกับพระเณรที่เข้ามาเรียนในสำนักโดยเจ้าอาวาสแห่งนั้นๆ หากวัดใดที่มีกำลังสนับสนุนน้อยหรือไม่ใช่วัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ก็จะเกิดความยากลำบากในการสนับสนุนพระเณร เพราะทางวัดโดยเฉพาะเจ้าอาวาสต้องรับภาระที่จะต้องสนับสนุนค่าอาหาร จีวรเครื่องนุ่งห่ม รวมถึงอัฐบริขารต่างๆ ซึ่งทำให้ความเป็นอยู่ของพระเณรที่เข้ามาศึกษาในโรงเรียนพระปริยัติธรรม ไม่ได้สถานะความเป็นอยู่และการศึกษาที่ดี

ด้าน นายสุชาติ อุสาหะ ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ ได้กล่าวว่าการที่มาจังหวัดนครพนมในครั้งนี้และหลายๆ จังหวัดที่ผ่านมา ก็มารับฟังข้อคิดเห็นต่างๆ เพื่อที่จะให้ทางฝ่ายเลขารวบรวม และสิ่งใดที่อยู่ในขอบข่ายที่คณะกรรมาธิการฯ สามารถที่จะดำเนินการประสานหรือช่วยเหลือก็จะดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ อย่างที่ผ่านมาก็มีประเด็นที่จะมีการสนับสนุนช่วยเหลือเยียวยาให้พระสงฆ์สามเณรในกรณีโควิด-19 ที่ผ่านมา ค.ร.ม.เสนอให้พระเณรได้รับเงินเยียวยาจำนวน 60 บาทต่อรูปจำนวน 2 เดือน ตนและคณะก็ได้ผลักดันโดยประสานไปยังรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้พระสงฆ์สามเณรได้รับเงินเยียวยาจำนวน 100 บาทขึ้นไป จำนวน 3 เดือน ซึ่งในขณะนี้กำลังดำเนินการให้เข้าในขอบเขตของระเบียบว่าด้วยการฟื้นฟูหรือเยียวยา โดยงบฟื้นฟูมีงบจำนวน 6 แสนล้านบาท ส่วนงบเยียวยามีจำนวน 4 แสนล้านบาท หากไม่ได้ทั้งสองช่องทางก็ยังมีงบเหลือจ่ายหรืองบกลางของสำนักนายกฯ ซึ่งตอนก็จะประสานต่อไป ทั้งนี้นอกจากงบหลักดังกล่าว ยังมีงบจังหวัดของปี 2563 ที่ยังคงมีช่องทางอยู่จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดูช่องทางช่วยเหลืออีกทาง

นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่าจังหวัดนครพนมหากจะเปรียบไปแล้วเสมือนเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระธาตุพนม ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชน และเป็นความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดนครพนม ตนขอเปรียบเปรยอย่างมหาวิทยาลัยที่เป็นศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็ใช้สัญลักษณ์ที่เป็นองค์พระธาตุพนมนำไปเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย ในส่วนของโรงเรียนพระปริยัติธรรมตนก็อยากจะให้ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะพี่น้องชาวพุทธในจังหวัดนครพนมที่มีความมั่นคงในพระพุทธศาสนาร่วมกันให้การสนันสนุน ส่วนในส่วนของส่วนราชการ จังหวัดก็พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะโรงเรียนพระปริยัติธรรมได้ให้ประโยชน์กับประเทศชาติในหลายมิติ กล่าวคือ 1.เป็นการสืบสานและเผยแผ่พระพุทธศาสนา และ2.คือการช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่ขาดโอกาสให้ได้รับการศึกษา สำหรับทั้งหมดนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนที่ไม่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนภาคปกติ สามารถมีโอกาสทางการศึกษาก็จะสามารถสร้างตนและครอบครัวให้เป็นคนดีมีความรู้และเป็นทรัพยากรณ์มนุษย์อันทรงคุณค่าให้กับประเทศชาติต่อไป

ขณะเดียวกัน ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล รองกรรมาธิการการศาสนาฯ กล่าวว่าโดยภาพรวมส่วนประกอบหลักของการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนพระปริยัติประกอบด้วย4 ส่วนคือ 1.ทรัพยากรบุคคล 2.งบประมาณ 3.การมีส่วนร่วมในชุมชน 4.บุคลากร ทั้งนี้จาก พ.ร.บ.พระปริยัติธรรม พ.ศ.2562 ประกอบด้วย 1.การศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลีสนามหลวง (การศึกษาพระพุทธศาสนาภาคภาษาบาลี) 2.การศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรมสนามหลวง (การศึกษาพระพุทธศาสนาภาคภาษาไทย) 3.การศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา (การศึกษาควบคู่กับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษา) สำหรับการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษานั้น ครูที่มาสอนอย่างน้อยควรจะมีการบรรจุเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หากไม่มีการบรรจุครูก็ไม่มีคุณค่าเมื่อเป็นเช่นนี้ ‘ก็ส่งผลให้ครูหาย เมื่อครูหายเด็กก็หาย’ ดังนั้นอย่างน้อยครูต้องเป็นพนักงานของรัฐและคัดสรรครูที่มีความรู้ความสามารถ ถ้าผลักดันกันอย่างจริงจังเป็นองคาพยพ ก็จะทำให้การศึกษาภาคปริยัติธรรมประสบความสำเร็จ

เวลา 13.00 น. ได้เข้าศึกษาดูงานเรื่อง การอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หลังจากนั้นคณะกรรมาธิการฯ ได้เข้าร่วมรับฟังข้อคิดเห็นและแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยสงฆ์ โดยมีพระเทพวรมุนี เจ้าคณะจังหวัดนครพนม เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม และพระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา เข้าร่วมสัมมนา หลังจากนั้นคณะกรรมาธิการลงนามในผ้าห่มพระธาตุพนม และเวียนเทียนห่มผ้าพระธาตุพนม ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน