แวดวงบันเทิง “ร้อง” กรรมาธิการศาสนาฯ

195

20 มิ.ย.63 / ที่หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) จ.นครปฐม คณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ได้ประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในกลุ่มผู้แทนจากคนทำงานสร้างสรรค์และแวดวงบันเทิงในสายงานต่างๆ ในเรื่อง “คนทำงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยกับการปรับตัวจากสถานการณ์ โควิด-19” โดยมีผู้แทนด้านภาพยนต์ นายอนุชา บุญยวรรธนะ ตัวแทนสมาคมผู้กำกับภาพยนต์ไทย นายดรสะรณ โกวิทวณิชชา ผู้อำนวยการสร้างภาพยนต์รางวัลสุพรรณหงส์ปี 2562 ผู้แทนด้านละคร น.ส.เพียงดาว จริยะพันธ์ มูลนิธิละครไทย ผู้แทนด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย น.ส.มนุพร เหลืองอร่าม ตัวแทนภาคีศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ประเทศไทย

พร้อมด้วย ผู้แทนด้านดนตรี นายอนันต์ ลือประดิษฐ์ และนายพลวิทย์ โอภาพันธุ์อาจารย์จากคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ด้านวรรณกรรม น.ส.โชนรังสี เฉลิมชัยกิจ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ โดยในการนี้ คณะกรรมาธิการได้ศึกษาดูงาน หอภาพยนตร์ อีกด้วย

ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล รองกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่าจากความทุกข์ยากที่ทำให้กลุ่มผู้แทนจากคนทำงานสร้างสรรค์ หรือจะเรียกว่ากลุ่มศิลปิน ในสถานการณ์ โควิด-19 และได้รับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มสายงานศิลปิน เป็นทิศทางที่ถูกต้อง ตนจะนำหนังสือร้องเรียนนำไปประชุมกับคณะกรรมาธิการฯ รวมถึงจะขอเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมในคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งเมื่อเข้ามาสู่คณะกรรมาธิการฯ แล้วจะมีช่องทางที่จะช่วยเหลือเยียวยากลุ่มคนทำงานสร้างสรรค์ผู้ได้รับความเดือดร้อนในมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐบาล ดังเช่นในกลุ่มผู้ได้รับความเดือดร้อนในกลุ่มเกษตรกร รวมถึงผลักดันให้มีกฎหมายเป็นมาตรฐานดังในนานาอารยประเทศ ในกลุ่มประเทศที่เจริญแล้วได้ให้ความสำคัญต่องานศิลปะ เพื่อให้การช่วยเหลือตั้งแต่พื้นฐานตั้งแต่การเรียนของนักศึกษาตั้งแต่พื้นฐาน การสร้างงานให้กับศิลปินในกลุ่ม startup ไปจนถึงผลงานธุรกิจระดับประเทศและระดับโลก เพื่อให้ประเทศไทยมีผลงานสร้างสรรค์ระดับแนวหน้าในระดับโลก ดังเกาหลีใต้ได้เคยผลักดันจนมีความสำเร็จอย่างมากบนเวทีโลกมาแล้ว

ด้าน น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต3 พุทธมณฑล ดอนตูม และบางเลน กล่าวว่าในฐานะรองกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ว่าหลังจากได้ศึกษาดูงานแล้ว ก็ได้เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์ฟิล์มเก่าๆ เป็นคุณค่าและความน่าจดจำของประวัติของประเทศไทย ที่เป็นภาพที่หาดูได้ยาก

หลังจากนั้นได้รับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มคนที่สร้างงานสร้างสรรค์ ที่ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจมาก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์โควิด-19 อยู่แล้วพอเกิดเหตุการณ์โควิด-19 จึงเหมือนกับเป็นการเพิ่มภาระและความยากลำบากต่อกลุ่มคนที่ผลิตงานสร้างสรรค์รค์ในวงการ ซึ่งตนก็มารับฟังข้อคิดเห็นแต่ละกลุ่มว่ามีการปรับตัวกันอย่างไรบ้าง เช่นกลุ่มแวดวงหนังสือ ก็มีการปรับตัวในการจำหน่าย หนังสือออนไลน์ แต่ยอดก็ลดลงกว่าครึ่ง ต้องมาช่วยกันฟื้นฟู

ส่วนกลุ่มดนตรี ผู้คนนิยมจะดูดนตรีสดมากกว่าแบบดูแบบออนไลน์ ซึ่งบรรยากาศต่างกันอย่างสิ้นเชิง ที่ผ่านมาก็ถูกงดการจัดงานด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถดำเนินกิจกรรมได้เท่าที่ควร ผู้ได้รับความเดือดร้อนจึงได้นำเรื่องมาร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน