ดีไอทีพี.เร่งติวเข้มผู้ประกอบการมุ่งการส่งออกสยบคู่แข่ง

195

สมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

สถาบันเอ็นอีเอ เปิดตัวเลขช่วงปิดเมืองเพราะโควิด-19 ติวออนไลน์ผู้ประกอบการได้กว่า 6,000 ราย ต่อยอดความรู้จากห้องเรียนสู่ธุรกิจได้เฉียด 800 ล้านบาท โอ่ 5 หลักสูตรท็อปฮิตที่ผู้ประกอบการไทยสนใจสูง

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) เร่งกระตุ้นผู้ประกอบการรายใหม่ในธุรกิจการส่งออก ผ่านโครงการความรู้เบื้องต้นในการประกอบธุรกิจส่งออกให้กับผู้ประกอบการ 100 ราย ด้วยกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สำหรับการส่งออก สิทธิประโยชน์ด้านภาษีและพิธีการศุลกากร ฯลฯ หวังเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าไปสู่ผู้ประกอบการรายภูมิภาคเพิ่มมากขึ้น

อารดา เฟื่องทอง ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่

สำหรับ 5 อันดับหลักสูตรยอดนิยมที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจในการเรียน กับสถาบัน NEA ได้แก่

อันดับ 1 หลักสูตรความรู้เบื้องต้นในการประกอบธุรกิจส่งออก

อันดับ 2 หลักสูตรการขายสินค้าออนไลน์แบบข้ามพรมแดน

อันดับ 3 หลักสูตรการตลาดดิจิทัลเพื่อเน้นผลลัพธ์ทางธุรกิจ

อันดับ 4 หลักสูตรการตลาดดิจิทัล

อันดับ 5 หลักสูตรสตาร์ทอัพเบื้องต้น

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาการส่งออกของประเทศไทยมีอัตราการขยายตัวที่ดีอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการหลายสาขาให้ความสนใจในการทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังมีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่มีศักยภาพแต่ยังขาดทั้งความรู้ โอกาสในการเข้าถึงการสนับสนุนจากภาคส่วนต่าง ๆ ขาดความเข้าใจในกระบวนการทำการค้าระหว่างประเทศที่มีความซับซ้อน รวมถึงขาดข้อมูลเกี่ยวกับตลาดปลายทางและนโยบายส่งออกระดับมหภาค จนทำให้ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการส่งออกสินค้าเหมือนผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ได้

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้เห็นความจำเป็นที่จะต้องผลักดันให้เกิดผู้ประกอบการส่งออกหน้าใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในระดับภูมิภาค

ทั้งนี้ เพื่อสร้างโอกาสการค้าระหว่างประเทศให้เพิ่มอย่างต่อเนื่อง กรมฯโดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่(NEA) จึงได้จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “ความรู้เบื้องต้นในการประกอบธุรกิจส่งออก” ขึ้นมารองรับ

สำหรับหลักสูตรเพื่อสนับสนุนการส่งออกของไทยที่ครอบคลุมทุกเนื้อหามาอย่างยาวนาน จากรุ่นที่ 1 จนถึงปัจจุบัน คือ รุ่น 137 ในรูปแบบออฟไลน์ ประกอบด้วยหัวข้อ เตรียมธุรกิจอย่างไรให้เป็นผู้ส่งออก, การสร้างโมเดลธุรกิจเพื่อพิชิตตลาดโลก, ขั้นตอนการดำเนินธุรกิจส่งออก –นำเข้า และระบบ Logistics การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์สำหรับการส่งออก เอกสารและการเงินเพื่อธุรกิจระหว่างประเทศ

รวมถึง Workshop : ครบเครื่องเรื่องส่งออก สิทธิประโยชน์ด้านภาษีและพิธีการศุลกากร ข้อควรระวังสำหรับการส่งสินค้าสู่ตลาดสากล ซึ่งที่ผ่านมาสามารถสร้างทักษะด้านการส่งออกรอบด้าน ช่วยให้ผู้ประกอบการประสบความสำเร็จในการนำสินค้าไทยไปเติบโตในตลาดต่างประเทศได้อย่างดี

ด้านนางอารดา เฟื่องทอง ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ กล่าวว่า การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “ความรู้เบื้องต้นในการประกอบธุรกิจส่งออก” รุ่นล่าสุด(รุ่น 137)มีผู้เข้าร่วมจำนวน 100 ราย ส่วนใหญ่ อยู่ในกลุ่มธุรกิจอาหาร สิ่งทอเสื้อผ้าและเครื่องประดับแฟชั่น ของขวัญ และเครื่องประดับตกแต่งบ้าน

การจัดหลักสูตรนี้สถาบันมีความมุ่งหวังเพื่อให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศในเศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลักสูตรนี้ยังถือเป็นหลักสูตรแรกเริ่มที่ผู้ประกอบการจำเป็นจะต้องเรียนรู้ ขั้นตอนการส่งออกตั้งแต่พื้นฐาน ศึกษากฏระเบียบด้านภาษีและพิธีการศุลกากร รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรม Workshop ร่วมกับผู้ประกอบการมากมาย เพื่อเป็นการสร้างความแข็งแรงของเครือข่ายผู้ประกอบการ

นอกเหนือจากหลักสูตรดังกล่าว สถาบัน NEA ยังได้มีการจัดทำหลักสูตรอื่น ๆ ควบคู่ไปพร้อมกันกับหลักสูตรความรู้เบื้องต้นในการประกอบธุรกิจส่งออก ผ่านการเรียนรู้รูปแบบ E-Learning ภายใต้ชื่อ “E-Academy” เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพและปูพื้นฐานผู้ประกอบการก่อนการส่งออก และให้สามารถเข้าสู่กระบวนการค้าระหว่างประเทศที่มีบรรทัดฐานเดียวกัน

ส่วนในช่วงครึ่งปีหลัง 2563 ได้เตรียมเพิ่มอีกประมาณ 20 โครงการ เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการสามารถทำการค้ารูปแบบใหม่ รวมถึงการส่งออกได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

นางอารดา กล่าวว่าช่วงเวลาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 – มีนาคม 2563 สถาบันได้จัดกิจกรรมอบรมและสัมมนาออนไลน์ทั้งสิ้น 44 ครั้ง จากทั้งหมด 61 หลักสูตร มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 6,000 ราย และสามารถนำเทคนิคและองค์ความรู้ที่ได้จากกรมฯ และสถาบัน ไปใช้ในทางธุรกิจก่อให้เกิดมูลค่าส่งออกจำนวน 776,219,810 บาท ซึ่งถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) ได้ที่ nea.ditp.go.th หรือ www.ditp.go.th และ www.facebook.com/nea.ditp หรือ 1169 กด 1

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน