เร่งตามหาฉลามวาฬบาดเจ็บเชือกพันหางที่เกาะเต่า

193

“วราวุธ” ขอบคุณ “ครูพรรณี” ช่วยฉลามวาฬตัดเชือกพันหาง แม้ช่วยไม่สำเร็จแต่กล้าเสี่ยงภัยเข้าช่วย สั่ง“กรมทะเล”ติดตามช่วยเหลือต่อหวั่นฉลามวาฬจะบาดเจ็บมากกว่านี้

จากกรณี นางพรรณี แมคคาที หรือคุณครูพรรณี ครูสอนดำน้ำได้ลงดำน้ำบริเวณเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2563 และพบฉลามวาฬมีเชือกป่านพันบริเวณหาง คาดว่าเชือกพันมานานแล้ว เพราะเกิดบาดแผลลึกบริเวณที่เชือกพัน ทั้งนี้ ได้พยายามตัดเชือกแต่ไม่สำเร็จ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รู้สึกขอบคุณและชื่นชมในการกระท้ำของคุณครูพรรณี ที่พยายามช่วยเหลือฉลามวาฬดังกล่าว พร้อมสั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เร่งติดตาม และให้การช่วยเหลือโดยด่วน

วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่าทราบข่าวคุณครูพรรณี ได้ดำน้ำบริเวณเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบฉลามวาฬมีเชือกพันหาง คาดว่าจะถูกพันมานานแล้ว เนื่องจาก มีบาดแผลลึกบริเวณที่เชือกรัด

ทั้งนี้ คุณครูพรรณี ได้พยายามว่ายเข้าใกล้อย่าง ระมัดระวัง และใช้อุปกรณ์ตัดเชือก แต่ยังไม่สามารถตัดเชือกออกได้ ซึ่งตนได้เห็นภาพที่คุณครูพรรณีเข้าช่วยเหลือแล้ว รู้สึกขอบคุณคุณครูพรรณีที่พยายามช่วยเหลือฉลามวาฬตัวดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม จึงได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ติดตามและสำรวจหาฉลามวาฬตัวดังกล่าว เพื่อช่วยตัดเชือกออก จากหางและรักษาบาดแผลที่เกิดขึ้น พร้อมให้รายงานให้ทราบเป็นระยะ

“เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงผลทั้งในเชิงบวกและในเชิงลบ ในเชิงบวก ก็คือ ความสมบูรณ์ของธรรมชาติใต้ท้องทะเลเพิ่มมากขึ้น สัตว์ทะเลหายากพบเห็นได้บ่อยครั้งขึ้น แต่ในทางกลับกัน ก็ยังสะท้อนถึงปัญหาขยะทะเลที่ยังคงวนเวียนสร้าง ความเสียหายและความสูญเสียต่อสัตว์ทะเลในท้องมหาสมุทรทั่วโลก สิ่งนี้ยิ่งเป็นการตอกย้ำเราทุกคนถึงผล จากการกระทำอย่างขาดจิตสำนึก สัตว์ทะเลป้องกันตัวเองจากขยะทะเลไม่ได้ สัตว์ทะเลไม่สามารถบอกหรือ ขอร้องให้เราหยุดการกระทำที่ทำร้ายพวกเขาเหล่านั้น แต่เราทุกคนสามารถคิดใหม่เพื่อลดปัญหาขยะล้นทะเล และช่วยชีวิตสัตว์ทะเลให้รอดพ้นจากวิกฤติปัญหาดังกล่าวได้”นายวราวุธ กล่าว

โสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ด้านนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่าได้สั่งการให้สำนักงาน ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 พร้อมด้วยทีมดำน้ำนักวิชาการ และสัตวแพทย์ ลงพื้นที่สำรวจและติดตามฉลามวาฬดังกล่าว พร้อมทั้งให้ประสานนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อสนธิกำลังในการติดตามและให้การช่วยเหลือ นับตั้งแต่ช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดโรคโควิด 19 ซึ่งเป็นช่วงที่เราปล่อยให้ ธรรมชาติได้พักฟื้น ทำให้มีการพบสัตว์ทะเลหายากมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฝูงพะยูนกว่า 20 ตัว บริเวณใกล้เกาะลิบง จังหวัดตรัง ฝูงวาฬเพชฌฆาตดำกว่า 30 ตัว ใกล้เกาะรอก

นอกจากนี้ ยังพบฝูงฉลามวาฬ บริเวณหมู่เกาะลันดา และฝูงฉลามหูดำ บริเวณหมู่เกาะพีพีและเกาะห้อง จังหวัดกระบี่

สุดท้ายนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็น ฉลามวาฬตัวที่มีเชือกพันดังกล่าว หรือสัตว์ทะเลอื่นที่ได้รับผลกระทบจากขยะทะเล สามารถแจ้งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือหน่วยงานในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทางกรมจะเร่งจัดส่งเจ้าหน้าที่และทีมนักวิชาการผู้ชำนาญลงตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ ซึ่งกรมมีความพร้อมทั้งบุคลากรและศูนย์ช่วยชีวิต สัตว์ทะเลหายากที่พร้อมให้การดูแลและรักษาเป็นอย่างดี นายโสภณ ทองดี กล่าว

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน