กลุ่มป้องกันประเทศคลังสมอง วปอ. จัดเสวนาปกป้องสถาบันศาสนาพุทธ

316

กลุ่มป้องกันประเทศ มูลนิธิคลังสมอง วปอ. จัดเสวนา “มาตรการทางกฎหมายก่อนถึงการพิพากษาของภิกษุสามเณร” เผยความคิดเห็นวงเสวนา ต้องการความชอบธรรมต่อทุกฝ่าย รวมถึงสร้างประโยชน์ต่อความมั่นคงของประเทศชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 29 พ.ค.63 กลุ่มป้องกันประเทศ มูลนิธิคลังสมอง วปอ. ได้กล่าวต้อนรับคณะวิทยากร ดร.โฆษิต สุวินิจจิต อดีตประธานบริษัทมีเดียออฟมีเดียส์ และ ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล รองกรรมาธิการการศาสนาฯ ให้เกียรติเข้าร่วมวงเสวนาครั้งนี้และร่วมแสดงความคิดเห็น ประเด็นอดีต พระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ที่มีคำพิพากษาว่ามิได้ทุจริตแต่จากการที่ใช้เงินผิดประเภท จึงพิพากษาให้รออาญา 2 ปี

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ จากพุทธบริษัทสี่ ในการนำเสนอข่าวรวมถึงความเหมาะสมของการคุมขังโดยไม่ได้รับการประกันตัวทำให้ขาดอิสระภาพนานถึง 15 เดือน ก่อนมีการพิพากษา ว่าสร้างผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสถาบันพุทธศาสนา จึงทำให้มีการจัดเสวนาระดมสมองทางแหล่งวิชาการ ครั้งนี้จึงเสนอให้มีการระดมความคิดเห็นให้มีการตกผลึกความคิดเพื่อหาทางออกของทุกฝ่าย อันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป

ดร.โฆสิต สุวินิจจิต กล่าวแสดงความคิดเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีประวัติศาสตร์ของไทย ที่พระเถระผู้ใหญ่ระดับรองสมเด็จพระราชาคณะถูกดำเนินคดี เป็นที่สนใจทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เพราะท่านพระพรหมสิทธิเป็นกรรมการมหาเถระสมาคมที่กำกับดูแลพระธรรมฑูตไทยไปต่างประเทศ ศาลตัดสินทั้ง 2 คดี ว่า พระพรหมสิทธิไม่ได้ทุจริต ไม่ได้นำงบประมาณไปใช้เพื่อส่วนตัวอย่างไร แต่ต้องถูกตัดสินจำคุกด้วยข้อบัญญัติของกฎหมาย ที่เจ้าอาวาสเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา และเป็นผู้ลงนามของบประมาณ เมื่อข้าราชการผู้บริหารสำนักพระพุทธศาสนา กระทำผิดปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการอนุมัติเบิกจ่ายงบประมาณนี้ จึงถือว่าพระพรหมสิทธิมีร่วมในการกระทำความผิดนี้ด้วย แต่ไม่ผิดด้านทุจริต

“ผมจึงเห็นปัญหาใหญ่ของการเผยแผ่พัฒนาพระพุทธศาสนาแล้ว ต่อไปคงไม่มีเจ้าอาวาสคนไหนจะกล้ารับเงินอุดหนุนจากสำนักพุทธฯ เพื่อพัฒนาวัดอีกเพราะกลัวจะเจอปัญหาเดียวกับพระพรหมสิทธิ จึงควรต้องแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย พ.ร.บ.สงฆ์ ได้แล้ว” นายโฆสิต กล่าว

หลังจากนั้น ดร.โฆสิต สุวินิจจิต ในฐานะประธานชมรมอาสาสมัครชาวพุทธ ได้ยื่นหนังสือต่อ ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล รองกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ใน 3 ประเด็นเพื่อ นำเสนอให้ผลักดันให้เป็นกฎหมายต่อไปดังนี้

1.กฎหมายยกเลิกการเป็นเจ้าพนักงานของพระสังฆาธิการ ให้เหมือนกับทุกศาสนา ที่ผู้บริหารหรือผู้ปกครองศาสนาไม่ได้เป็นเจ้าพนักงาน

2.กฎหมายเพื่อจัดสถานที่คุมขังให้กับพระสงฆ์หรือสามเณรเป็นสถานที่เฉพาะโดยไม่เปลื้องจีวร ในระหว่างดำเนินคดี

3. กฎหมายการเผยแพร่ข่าวสาร พระสงฆ์หรือสามเณรที่อยู่ระหว่างดำเนินคดี เพราะศาสนาพุทธเป็นความมั่นคงของชาติอย่างหนึ่ง

ด้าน ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล รองกรรมาธิการการศาสนาฯ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณมูลนิธิคลังสมอง วปอ.ฯ ที่ช่วยเป็นอีกแหล่งทางหนึ่งด้านวิชาการ ที่นำเสนอความคิดโดยการนำผู้เป็นคลังสมองของประเทศจากแหล่งต่างๆ มาร่วมกันเสนอความคิดเห็นให้ตกผลึกเพื่อปกป้องสถาบันหลักของชาติคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สำหรับสิ่งที่ตนได้รับในครั้งนี้จะนำเสนอต่อ คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อผลักดันให้เป็นกฎหมายที่ให้ความชอบธรรมต่อทุกฝ่ายรวมถึงสร้างประโยชน์ต่อความมั่นคงของประเทศชาติต่อไป

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน