กรมอุทยานแห่งชาติฯเข้มป้องปรามการบุกทำลายป่าช่วงโควิด-19

235

กรมอุทยานฯ เพิ่มความเข้มงวดการป้องกันปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ในช่วงสถานการณ์โควิด – 19

ในช่วงสถานการณ์วิกฤตโรคติดต่อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID – 19) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชสั่งเน้นย้ำให้หน่วยงานในสังกัดสอดส่องดูแลป้องกันการลักลอบจุดไฟเผาป่าในพื้นที่ หากตรวจพบผู้กระทำความผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด กรณีเป็นการกระทำผิดเกี่ยวกับไฟป่าในพื้นที่ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมในการดำเนินโครงการจัดสรรที่ดินทำกินให้ชุมชน ผู้กระทำผิดอาจถูกยกเลิกสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการและให้เข้มงวดกวดขันการลาดตระเวนตรวจตราป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

26 พ.ค.63 / นายประกิต วงศ์ศรีวัฒนกุล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกล่าวว่า ปัจจุบันมีการฉวยโอกาสลักลอบบุกรุกแผ้วถางยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าในพื้นที่เกิดเหตุไฟไหม้และลักลอบล่าสัตว์ป่า โดยมีการใช้อาวุธในการต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทำให้เกิดความขัดแย้งและความสูญเสียต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เช่น กรณีผู้บุกรุกแผ้วถางป่าต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่จนได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย และกรณีพรานป่าใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการระงับยับยั้งไม่ให้เกิดการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าและป้องกันปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับทางราชการรวมทั้งป้องกันความสูญเสียที่จะเกิดต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ที่เกี่ยวข้องจึงให้หน่วยงานสั่งการเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการอย่างเข้มข้น โดยดำเนินการตามมาตรการป้องกันปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ ตามข้อสั่งการแนวทางปฏิบัติระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ให้นำเทคโนโลยีภาพถ่ายทางอากาศภาพถ่ายดาวเทียมและอากาศยานไร้คนขับหรือ UAV (Unmanned Area) มาประยุกต์ใช้ในการติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ป่าในพื้นที่ โดยเฉพาะในบริเวณที่เกิดไฟป่า เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสบุกรุกแผ้วถางยึดถือครอบครองพื้นที่ที่เกิดเหตุไฟป่าดังกล่าว และเพิ่มมาตรการความปลอดภัยและความโปร่งใสในการตรวจลาดตระเวนป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้โดยให้นำเทคโนโลยีกล้องถ่ายวีดีทัศน์กิจกรรม (Action Camera) มาใช้บันทึกภาพการปฏิบัติงานไว้เป็นพยานหลักฐานในกรณีที่มีการโต้แย้งหรือกล่าวหาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามความจำเป็นและเหมาะสมกับสถานการณ์รวมทั้งให้ยึดหลักความปลอดภัยในการประกอบกำลังตรวจลาดตระเวนและการใช้อาวุธในการปฏิบัติ การอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ นายประกิตฯ ยังกล่าวอีกว่า หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ปล่อยปละละเลยรู้เห็นเป็นใจหรือสนับสนุนให้เกิดการกระทำความผิด จะมีการดำเนินการทางกฎหมายและวินัยอย่างเด็ดขาด จึงขอให้คนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ สุจริต เน้นการทำงานแบบบูรณาการ ให้ประชาสัมพันธ์ปลูกจิตสำนึกและสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ให้ได้รับทราบถึงโทษและผลกระทบจากการทำลายทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า และการเป็นเจ้าของ เพื่อให้มีส่วนร่วมในการป้องกันการกระทำผิดอีกทางหนึ่ง หรือเป็นเครือข่ายในการแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อจะได้หามาตรการป้องกันมิให้มีการทำลายป่าต่อไป

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน