ปักป้ายม่อนแจ่มพื้นที่ตรวจยึด ยืด15วันไม่โต้แย้งสิทธิ์รื้อทันที

160

อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้

กรมป่าไม้ ระบุ ชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพรบูรณาการกับหลายหน่วยเข้าตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าที่ม่อนแจ่ม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ปักป้าย “พื้นที่ตรวจยึด” หน้ารีสอร์ต 3 แห่งที่ถูกดำเนินคดีแจ้งผู้ครอบครองโต้แย้งสิทธิ์ใน 15 วัน หากไม่มาหรือฟังไม่ขึ้น รื้อถอนทันที

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวว่า คณะทำงานจัดระเบียบการเข้าใช้ประโยชน์ที่ม่อนแจ่ม อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ได้ออกประกาศสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 1 อาศัยอำนาจตามพ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ มาตรา 25 สั่งให้บุคคลผู้เป็นเจ้าของหรือครอบครองพื้นที่ยุติการดำเนินการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในลักษณะบ้านพัก รีสอร์ต ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ริม ในพื้นที่ (โครงการหลวงหนองหอย) หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมาย เข้าปิดป้าย “พื้นที่ตรวจยึด” หน้ารีสอร์ต 3 แห่งคือ ม่อนดอยลอยฟ้า บ้านท่าจันทร์ และม่อนแสนสิริจันทรา พร้อมออกประกาศให้ผู้ครอบครองพื้นที่ที่ถูกตรวจยึดพื้นที่ซึ่งถูกดำเนินคดีทั้ง 3 รายเข้าแสดงหลักฐานโต้แย้งสิทธิต่อกรมป่าไม้ภายใน 15 วัน และหากพ้นเวลาที่กำหนดจะทำคำสั่งให้รื้อถอนต่อไป

สำหรับม่อนดอยลอยฟ้ามีอาคาร 13 หลังประกอบด้วย บ้านพักโฮมสเตย์ 8 หลัง บ้านพักอาศัย 2 หลัง และโรงครัว 1 หลัง รวมพื้นที่ 1-2-84 ไร่ บ้านท่าจันทร์มีอาคาร 11 หลังเป็นบ้านพักประเภทรีสอร์ต รวมพื้นที่ 1-2-84 ไร่ และม่อนแสนสิริจันทรา 4-2-34 ไร่

นอกจากนี้ยังออกประกาศแจ้งว่า พื้นที่ม่อนแจ่มอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริมซึ่งมีพรรณไม้มีค่าเป็นปริมาณมาก จำเป็นต้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้จึงขอให้ผู้บุกรุกครอบครองยุติการก่อสร้างอาคารในลักษณะบ้านพักตากอากาศ รีสอร์ต ร้านกาแฟ และสถานบริการท่องเที่ยวอื่นๆ ท้องที่บ้านปางไฮ หมู่ที่ 4 ตำบลแม่แรม บ้านหนองหอยเก่า หมู่ที่ 2 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ล่าสุดตรวจสอบไม่พบการก่อสร้างเพิ่มเติมแล้ว

นายอรรถพลกล่าวถึง บ่อขยะซึ่งผู้ประกอบการในพื้นที่ได้ขุดบริเวณที่เป็นป่าต้นน้ำชั้น 1 A ได้หารือกับฝ่ายปกครองและ นายกเทศบาลแม่แรมเห็นตรงกันว่า ควรกลบบ่อขยะที่ขุดขึ้นในพื้นที่ต้นน้ำที่ม่อนแจ่มเพื่อไม่ให้สารพิษของขยะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ต่อแหล่งน้ำที่ราษฎรใช้อุปโภค-บริโภค จึงได้ประสานกับทางผู้ใหญ่บ้าน กรรมการหมู่บ้านช่วยกันหาพื้นที่ที่เหมาะสม ซึ่งเมื่อได้พื้นที่แล้วจขอใช้พื้นที่ต่อกรมป่าไม้ โดยทางเทศบาลจะเป็นผู้ขุดบ่อขยะใหม่แทนบ่อเดิม

สำหรับสวนสตอเบอรี่เหยียบเมฆา ทางเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษกัลยาณิวัฒนาเข้าตรวจสอบแล้วปรากฎว่า เป็นพื้นที่ของนายดำรงค์ โอภาสสุวคนธ์ เนื้อที่ 14-2-5 ไร่ ซึ่งผู้ครอบครองแจ้งว่า ปลูกมาแล้วประมาณ 2 ปี เดิมปลูกกระหล่ำปลี พร้อมนำเอกสารทะเบียนประวัติการใช้ที่ดินตำบลแม่แดดมาแสดงซึ่งเป็นเอกสารตามโครงการจัดทำข้อมูลทรัพยากรป่าไม้แม่แจ่ม อมก๋อย กัลยาณิวัฒนา เริ่มตั้งแต่ปีพ.ศ 2551-2554 โดยงบประมาณของจังหวัดเชียงใหม่
แต่ทั้งนี้โครงการที่ตำบลแม่แดดยังไม่ได้รับการจัดที่ดินตามโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.ฉเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และ 2 ซึ่งจะเสนอเข้าโครงการคทช. ในปี 2563-2564

“นัดหมายผู้ประกอบการ 50 รายมารับทราบการปฏิบัติในสิ่งที่สามารถกระทำได้และไม่สามารถกระทำได้วันนี้ (28 ธ.ค.) ที่กองอำนวยการซึ่งตั้งอยู่ที่โครงการหลวงหนองหอยเพื่อตกลงกันและจัดระเบียบเพื่อไม่ให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติมต่อไป” นายอรรถพลกล่าว

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน