‘ธรรมนัส’จัดการได้นักเลงพอ เมินงบรัฐผลิตหมอนยางพารา

138

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

จับตา รมช. ธรรมนัส โอ่โครงการหมอนยางพาราประชารัฐดำเนินการอย่างโปร่งใส ระบุรับซื้อน้ำยางสดจากเกษตรกรกิโลกรัมละ 65 บาท ผลิตในเกรดพรีเมี่ยม ย้ำคณะทำงานเร่งศึกษาแนวทางปฏิบัติ ไม่ใช้งบประมาณรัฐแม้แต่บาทเดียว

ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า ยังคงเดินหน้าโครงการหมอนยางพาราประชารัฐต่อไป โดยจะรับซื้อน้ำยางสดจากเกษตรกรกิโลกรัม 65 บาทมาผลิตหมอนยางพาราในเกรดพรีเมี่ยม ตามนโยบายที่ตั้งไว้

ที่สำคัญ ต้องการให้โครงการโปร่งใสและตรวจสอบได้จึงเชิญผู้แทนสำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลางมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการกำหนดราคาอ้างอิง ซึ่งจะทำให้เห็นชัดเจนว่า ต้นทุนการผลิตหมอนเป็นราคาจริง ไม่ได้แพงอย่างที่บางคนตั้งข้อสังเกต ยืนยันว่า งบประมาณที่จะใช้ผลิตหมอนยางพาราประชารัฐไม่ได้ใช้งบประมาณรัฐ แต่คณะทำงานกำลังหาแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม โดยสั่งการว่า ให้รายงานผลหลังเทศกาลปีใหม่เพื่อจะเร่งช่วยเหลือเกษตรกรให้ขายน้ำยางสดได้ 65 บาทต่อกิโลกรัมในปี 2563 ตามที่พรรคพลังประชารัฐหาเสียงไว้

ด้าน พ.ต.อ. รวมนคร ทับทิมธงไชย หัวหน้าคณะทำงานของรมช. ธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวว่า ผลการหารือกับสำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลางสรุปได้ว่า ไม่สามารถให้องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กู้เงินธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มาเป็นทุนการผลิตหมอนยางพาราได้เนื่องจากอ.ต.ก. ขาดทุนต่อเนื่อง 5 ปี

ส่วนการออกสลากการกุศลจำหน่ายแก่ประชาชนเพื่อระดมทุนให้อ.ต.ก. นั้น ไม่สามารถทำได้ทันในปี 2563 เนื่องจากโควต้าการออกสลากของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในปีหน้าเต็มแล้ว ขณะนี้คณะทำงานกำลังเร่งศึกษาหาแนวทางการระดมทุนการผลิตซึ่งต้องเป็นไปตามข้อกำชับของรมช. ธรรมนัสที่ว่า ต้องไม่ใช้งบประมาณรัฐ ส่วนราคารับซื้อน้ำยางสดจากสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนนั้นจะซื้อกิโลกรัมละ 65 บาทจากที่ปัจจุบันอยู่ระหว่าง 35-40 บาทต่อกิโลกรัม

พ.ต.อ. รวมนคร กล่าวว่าเกษตรกรจะจำหน่ายน้ำยางสดตามราคานี้จริงเพราะซื้อตรงจากสถาบันเกษตรกร ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง เมื่อคำนวณต้นทุนการผลิตทั้งหมดไม่ได้แพงกว่าราคาตลาด แต่แนวทางดำเนินการต้องปรับเปลี่ยน จากเดิมที่จะผลิต 20 ล้านใบเพื่อมอบแก่ประชาชนและให้หน่วยราชการนำไปใช้นั้น อาจจำหน่ายในราคาถูก โดย อ.ต.ก. ทำหน้าที่หาช่องทางการจำหน่ายทั่วประเทศ รวมทั้งจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ โดยมุ่งหวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ที่สำคัญคือ ช่วยเกษตรกรชาวสวนยางพาราให้มีรายได้สูงขึ้น ซึ่งหลังปีใหม่จะรายงานผลการศึกษาต่อรมช. ธรรมนัส พร้อมนำเสนอแนวปฏิบัติที่เหมาะสมต่อไป

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน