ทุเรียน-ลองกอง-เงาะ-มังคุด ปี63ล้นตลาดออก9.9แสนตัน

699

อัญชนา ตราโช รองเลขาธิการ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)

ปัง ปัง พยากรณ์ไม้ผลตะวันออก รอบแรก สศก. คาด ให้ผลผลิต 9.9 แสนตัน ผู้บริโภคพุงกาง คอเที่ยวอย่าลืม ชิมช้อป จังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด ห้ามพลาด

นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึง การบูรณาการจัดทำข้อมูลปริมาณการผลิตไม้ผลเอกภาพรอบที่ 1 ปี 2563 ซึ่ง สศก. ร่วมมือกับคณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคตะวันออก ประกอบด้วย สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 (สสก.3) จังหวัดระยอง สำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด และกลุ่มไม้ผล กรมส่งเสริมการเกษตร พิจารณาผลพยากรณ์ไม้ผลภาคตะวันออก ครั้งที่ 1 ของสินค้า 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ จันทบุรี ระยอง และตราด เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการวางแผนบริหารจัดการผลไม้ตั้งแต่ต้นฤดู

สำหรับผลพยากรณ์ปี 2563 ครั้งที่ 1 (ข้อมูล ณ 4 ธันวาคม 2562) พบว่า เนื้อที่ยืนต้น ของไม้ผลทั้ง 4 ชนิด มีจำนวน 713,294 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่มีจำนวน 692,810 ไร่ (เพิ่มขึ้น 20,484 ไร่ หรือร้อยละ 2.96) โดยทุเรียน เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 5.85 เงาะ เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.79 มังคุด ลดลงร้อยละ 0.16 และลองกอง ลดลงร้อยละ 0.17

เนื้อที่ให้ผล ทั้ง 4 ชนิด มีจำนวน 637,849 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่มีจำนวน 626,339 ไร่ (เพิ่มขึ้น 11,510 ไร่ หรือ ร้อยละ 1.84) โดยทุเรียน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.08 มังคุด เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.71

เงาะเพิ่มขึ้น ร้อยละ 0.92 ส่วนลองกอง เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.09 ผลผลิตรวม ทั้ง 4 สินค้า คาดว่าจะมีประมาณ 991,618 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่มีจำนวน 886,535 ตัน (เพิ่มขึ้น 105,083 ตัน หรือ ร้อยละ 11.85) โดยผลผลิตจะออกมากช่วงปลายเดือนเมษายน ต่อเนื่องถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2563 ซึ่งคาดว่าผลผลิตรวมของทั้ง 4 สินค้าจะเพิ่มขึ้นทุกชนิด โดยทุเรียน จะเพิ่มขึ้นมากที่สุดอยู่ที่ร้อยละ 15.60

สาเหตุของผลผลิตเพิ่มขึ้นมาจากสภาพอากาศเอื้ออำนวยและราคาดีต่อเนื่อง จูงใจให้เกษตรกรดูแลรักษาต้นทุเรียนดี รองลงมาได้แก่ เงาะ เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.44 ลองกอง เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.10 และ มังคุด เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.58

ด้านผลผลิตต่อไร่ ทั้ง 4 ชนิด คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย ประกอบกับในปีที่ผ่านมาไม้ผลบางชนิดไม่ติดผล หรือให้ผลผลิตน้อย ทำให้มีเวลาในการพักต้นสะสมอาหารต้นสมบูรณ์ขึ้นส่วนหนึ่ง ประกอบกับราคาผลไม้ที่อยู่ในเกณฑ์ดีในปีที่ผ่านมา จึงจูงใจให้เกษตรกรมีการดูแลรักษาเป็นอย่างดีเพื่อให้ได้ปริมาณผลผลิตที่มากขึ้น โดยเฉพาะผลผลิตต่อไร่ของทุเรียน คาดว่ามีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น

ด้านนายสุชัย กิตตินันทะศิลป์ ผู้อำนวยการ สศท.6 กล่าวเสริมว่า ขณะนี้ ทุเรียน ออกดอกแล้วประมาณร้อยละ 57 ผลผลิตที่ติดในช่วงแรกเป็นทุเรียนพันธุ์เบาและทุเรียนที่ใช้สารกระตุ้นการออกดอก โดยจะเป็นพันธุ์กระดุมและหมอนทอง ซึ่งบางส่วนจะทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 เป็นต้นไป

สุชัย กิตตินันทะศิลป์ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ที่ 6 (สศท.6 ) จังหวัดชลบุรี

ส่วนผลผลิตจะออกมากช่วงเมษายนถึงพฤษภาคม เงาะ ออกดอกแล้วประมาณร้อยละ 3.55 จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตรอบแรกได้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคม 2563 ในพื้นที่จังหวัดระยอง มังคุด ออกดอกแล้วประมาณร้อยละ 1.40 ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในระยะปากนกแก้ว หากมีฝนตกจะออกใบอ่อนแทนการออกดอก

ทั้งนี้ สามารถเก็บผลผลิตรุ่นแรกได้ในช่วงเดือนปลายมีนาคม 2563 จะออกชุกช่วงปลายพฤษภาคม ต่อเนื่องถึงมิถุนายน 2563 ส่วนลองกอง สถานการณ์ขณะนี้ยังคาดการณ์การออกดอกไม่ชัดเจน เนื่องจากยังมีฝนประปรายในช่วงเดือนพฤศจิกายน ต้นลองกองยังไม่ขาดน้ำ ทำให้ต้น ใบ ยังไม่สลด แต่คาดจะเริ่มมองเห็นการติดดอกที่ชัดเจนขึ้นในช่วงเดือนมกราคม 2563

อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศที่แปรปรวนอาจทำให้ปริมาณผลผลิตไม้ผลเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้อีก เนื่องจากปีนี้สภาพอากาศในช่วงแรกของภาคตะวันออกที่มีฝนตกทิ้งช่วงไปเร็วกว่าปีที่ผ่านมา

อีกทั้งสภาพอากาศหนาวเย็น ส่งผลให้ทุเรียน มังคุด และเงาะ มีการติดดอกออกผลเร็วขึ้น และจะเริ่มเห็นพัฒนาการออกดอกได้ชัดเจนหลังกลางเดือนมกราคม 2563 เป็นต้นไป ซึ่งหลังจากนี้ สศท.6 จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยจะร่วมกับคณะทำงานฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เพื่อวางแผนบริหารจัดการผลไม้และรายงานผลพยากรณ์รอบสุดท้ายซึ่งเป็นข้อมูลเอกภาพให้ทราบในเดือนมีนาคม 2563 ต่อไป

สำหรับท่านที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลไม้ผลภาคตะวันออกเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 จังหวัดชลบุรี โทร. 0 3835 2435 หรืออีเมล zone6@oae.go.th

กัลฑภรณ์ อยู่เย็น รายงาน