‘กรมชล’ขับไล่น้ำท่วมหนีหาย คืนชีวิตดี๊ดีมอบชาวนราธิวาส

102

ฟ้าหลังฝน สดใสแล้ว จังหวัดนราธิวาส เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติหลังเจอฤทธิ์น้ำท่วมหนักเข้ายึดบ้านเรือน”อธิบดีกรมชลประทานเข้มสั่งเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าเหตุการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และยะลา ในช่วงระหว่างวันที่ 17-18 ธ.ค.62 ที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำปัตตานี แม่น้ำโก-ลก แม่น้ำสายบุรี และคลองตันหยงมัส เพิ่มสูงขึ้นและล้นเข้าท่วมพื้นที่ริมตลิ่ง

ล่าสุดสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดนราธิวาสเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติในหลายพื้นที่ โดยจากการสำรวจ พบว่าปัจจุบัน (20 ธ.ค. 62) แม่น้ำโก-ลก ที่สถานีวัดน้ำท่า X.119A บริเวณสะพานลันตู อำเภอสุไหงโก-ลก ระดับน้ำยังคงสูงกว่าตลิ่ง 1.87 เมตร แต่มีแนวโน้มลดลง หากไม่มีฝนเพิ่ม ระดับน้ำจะลดลงต่ำกว่าตลิ่งประมาณวันที่ 23 ธ.ค.62

ส่วนที่คลองตันหยงมัส สถานี X.73 บ้านตันหยงมัส อำเภอระแงะ ระดับน้ำยังคงสูงกว่าตลิ่ง 35 เซนติเมตร แนวโน้มลดลง หากไม่มีฝนเพิ่ม ระดับน้ำจะลดลงต่ำกว่าตลิ่งประมาณวันที่ 20 ธ.ค.62 ส่วนที่จังหวัดยะลา แม่น้ำปัตตานี ที่สถานี X.40A บ้านท่าสาบ อำเภอเมืองยะลา ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 96 เซนติเมตร แนวโน้มลดลง ที่จังหวัดปัตตานี ที่สถานี X.275 แม่น้ำปัตตานี บ้านบริดอ อำเภอเมือง ระดับน้ำยังคงสูงกว่าตลิ่ง 27 เซนติเมตร ที่เทศบาลเมืองปัตตานี ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 76 เซนติเมตร แนวโน้มเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตามในส่วนของการให้ความช่วยเหลือที่กรมชลประทาน ส่งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ จำนวน 18 เครื่อง เครื่องสูบน้ำไฮโดรโฟ จำนวน 7 เครื่อง และ เครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 4 เครื่อง พร้อมเดินเครื่องสูบน้ำจากสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าอีก 9 สถานี เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังแล้ว

นายทองเปลว กล่าวว่าล่าสุดได้สั่งการให้โครงการชลประทานทุกโครงการในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมกับเน้นย้ำให้ปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชน และเตรียมเครื่องจักร-เครื่องมือที่พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ตามแผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัยภาคใต้ที่วางไว้ โดยมีเป้าหมายให้สถานการณ์น้ำกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน