ดีเดย์2ธค.นี้แจ้งจับ’ปารีณา’ หลักฐานชัดรุกพื้นที่ป่าสงวน

223

อธิบดีกรมกรมป่าไม้ระบุ หลักฐานชัด “ปารีณา” ครอบครองพื้นที่ป่าสงวนและเขตป่าไม้รวม 46 ไร่ เตรียมแจ้งความ บก. ปทส. วันที่ 2 ธค.62

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวว่า ได้รวบรวมพยานหลักฐานและหลักฐานพร้อมจะดำเนินคดี น.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งตั้งฟาร์มไก่ชื่อ เขาสนฟาร์ม เลขที่ 109 ม. 6 ต. รางบัว อ. จอมบึง จ. ราชบุรี ซึ่งตรวจสอบพบว่า บริเวณฟาร์มที่ใช้ชื่อ เขาสนฟาร์ม 2 นั้น เป็นการกระทำผิดตามพ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

ตามกฎหมายห้ามมิให้บุคคลใด ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้เก็บหาของป่าหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติและตามพ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54

ห้ามมิให้ผู้ใดแผ้วถางหรือเผาป่า หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น

ทั้งนี้ พื้นที่ที่จะดำเนินคดี มีทั้งหมด 46-1-40 ไร่ แยกเป็น พื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี เนื้อที่ 41-1-59 ไร่ และอยู่ในเขตป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ เนื้อที่ 4-3-81 ไร่ ซึ่งในวันจันทร์ที่ 2 ธ.ค. นี้ เวลา 09.00 น. จะแถลงข่าวที่กรมป่าไม้ จากนั้นจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่กองบังคับการการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก. ปทส.)

นายอรรถพล กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่ตั้งฟาร์มไก่ของน.ส. ปารีณาไม่พบเอกสารที่ทางราชการออกให้เพื่อเข้าทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าไม้ตามระเบียบและกฎหมายซึ่งโทษตามพ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ตามมาตรา 31 (6) กรณียึดถือครอบครองที่ดินป่าสงวนเกิน 25 ไร่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปีและปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 50,000 บาท

สำหรับโทษตามกพ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ตามมาตรา 72 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ด้านนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า หนึ่งในคณะทำงานตรวจสอบการครอบครองพื้นที่ป่าของ น.ส.ปารีณากล่าวถึงกรณีที่น.ส. ปารีณาแจ้งความเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้บุกรุกที่ซึ่ง น.ส. ปารีณาครอบครองโดยไม่มีหมายค้นของศาลว่า ทราบเรื่องการแจ้งความแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้หวั่นเกรงใดๆ โดยภาพที่น.ส. ปารีณามาแสดงเป็นรถของเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพรและอีกคันหนึ่งเป็นของเจ้าหน้าที่รังวัดของกรมป่าไม้ซึ่งไปเก็บข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่ม

อย่างไรก็ตาม บริเวณที่เจ้าหน้าที่เข้าไปนั้น ไม่ได้เข้าไปในฟาร์มไก่ที่น.ส. ปารีณายึดถือครอบครองจึงไม่จำเป็นต้องใช้หมายศาล ยืนยันว่า ที่ผ่านมาการเข้าตรวจสอบได้มีคณะทำงานร่วมเข้าไปตรวจสอบโดยการใช้แผนที่แนวเขตของกรมป่าไม้ที่ถูกต้องและมีตัวแทนระดับชุมชนมาเป็นผู้ชี้แนวเขต

เนื่องจากน.ส.ปารีณา ไม่ได้มาชี้แนวเขตด้วยตัวเอง เมื่อเจ้าของที่อ้างว่าแผนที่ตรวจสอบทั้ง 2 ฉบับคือของกรมป่าไม้ และของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) มีมาตราส่วนต่างกันก็ให้ความเป็นธรรมโดยการตรวจสอบรังวัดใหม่และวิเคราะห์ร่วมกันจนได้แนวเขตที่ชัดเจน กระทั่งหลักฐานพร้อมที่จะแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์นั้นลบล้างไม่ได้ ที่มีข้อกังขาว่า การเข้าตรวจสอบใหม่เป็นความพยายามช่วยเหลือน.ส. ปารีณานั้นเป็นการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ กรณีนี้ไม่เป็น “มวยล้มต้มคนดู” แน่นอน

ผู้สื่อข่าววงในส.ป.ก. ระบุว่า คำสั่งทางปกครองของส.ป.ก. ที่ให้น.ส. ปารีณานำเอกสารสิทธิ์ในที่ดินแปลง “เขาสนฟาร์ม 1” เนื้อที่ 691 ไร่นั้นจะครบกำหนดในวันที่ 4 พ.ย. นี้ซึ่งน.ส. ปารีณายังไม่ได้นำเอกสารใดๆ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ นอกจากที่นำหนังสือร้องเรียนให้รังวัดที่ดินใหม่มาส่งยังศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาที่ดินของส.ป.ก. เดิมนั้นทางส.ป.ก. นัดหมายกับกรมป่าไม้จะแถลงข่าวร่วมกันในวันที่ 6 ธ.ค. ศกนี้แต่เนื่องจากพยานหลักฐานการบุกรุกที่ของกรมป่าไม้แน่นหนาแล้ว ทางกรมป่าไม้จึงแถลงข่าวในวันที่ 2 ธค.นี้เพียงหน่วยงานเดียวแล้วดำเนินคดีเลย ส่วนทางส.ป.ก. จะดำเนินการอย่างไรต่อไป ต้องติดตามหลังวันที่ 4 ธ.ค. ไปแล้ว