“เรืองไกร”ร้อง กกต. สอบ 21 ส.ว.ถือหุ้นสื่อ

111

“เรืองไกร”ยื่นหนังสือถึง กกต. ขอให้ตรวจสอบ 21 ส.ว. ถือหุ้นสื่อ ระบุเตรียมเดินหน้าตรวจให้ครบทั้ง 400 รายชื่อ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) พร้อมด้วย นายณรงค์ รุ่งธนวงศ์ หัวหน้าศูนย์ข้อมูลและสถิติพรรคเพื่อไทย เดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อเข้ายื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สิ้นสุดลง เนื่องจากเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ หรือไม่  และขอให้รีบส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยและสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่

นายเรืองไกร  กล่าวว่า ส.ว.หลายคนอาจจะสงสัยว่าโอนหุ้นไปแล้วเหตุใดยังถูกยื่นคำร้องให้ตรวจสอบ จึงอยากชี้แจงว่า มีความจำเป็นต้องยื่นคำร้องให้ กกต.เรียกเข้าให้ข้อมูลเพื่อให้เปิดเผยขั้นตอนการสรรหา ส.ว. ของคณะกรรม การสรรหาที่ตั้งขึ้นมาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) จะผิดถูกอย่างไร หรือต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบของกกต.  ส่วน ส.ว.อีก 200 คนยังไม่ต้องน้อยใจทุกคนจะถูกตรวจสอบทั้งหมด โดยขณะนี้ตนกำลังร่วมกับ 7 พรรคการเมืองตรวจสอบข้อมูลรวมถึง ส.ส. 55 รายชื่อที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กำลังจะยื่นตรวจสอบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ส.ว.ที่มาจากการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหาของ คสช.ไม่ได้ยื่นสมัคร ต้องโอนหุ้นในช่วงใดจึงจะไม่ขาดคุณสมบัติ นายเรืองไกร กล่าวว่า ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อต้องโอนหุ้นเมื่อได้รับการทาบทามจากคณะกรรมการสรรหา เนื่องจากทุกคนจะต้องกรอกข้อความในหนังสือรับรองตนเองว่า มีคุณสมบัติครบถ้วน และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) ส่วน ส.ว.ที่มาจากการสมัครและผ่านการคัดเลือกกันเอง จะต้องโอนหุ้นให้แล้วเสร็จก่อนวันสมัคร เทียบเคียงกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องกรอกหนังสือรับรองว่าไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ

“อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ไม่มีใครรู้ว่าคณะกรรมการสรรหา ส.ว.วางระเบียบและวิธีการในการสรรหาอย่างไร การประชุมในแต่ละครั้งองค์ประชุมครบหรือไม่  ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดจะต้องถูกเปิดเผยโดยกกต. จะต้องเรียกทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งหมด และเมื่อเห็นรายละเอียดในวิธีการและขั้นตอน ส่วนตัวเชื่อว่าขั้นตอนไม่ถูกต้องโดยคณะกรรมการสรรหา ส.ว.ไม่ได้กำหนดขั้นตอนและไม่มีวิธีการอะไรเลย  โดยก่อนหน้านี้ตนได้ยื่นเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบ” นายเรืองไกร กล่าว

สำหรับกรณีที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า คณะกรรมการสรรหาส.ว.ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อกรรมการได้นั้นไม่เป็นความจริง  อย่าใช้รัฐธรรมนูญลักลั่น  ตนไม่อยากใช้คำว่าอย่าแถกันไปมา แต่เรื่องคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามกำหนดไว้ชัดในรัฐธรรมนูญ ส.ว.จึงต้องโอนหุ้นให้แล้วเสร็จเมื่อได้รับการทาบทามหรือในช่วงต้นเดือนกุภาพันธ์ 2562  ส่วนที่ นายวันชัย สอนศิริ ขู่จะฟ้องกลับนั้น ตนยินดี เพราะตามข้อเท็จจริงคุณวันชัย โอนหุ้นให้ลูกเขยในเดือนเมษายน ไม่ใช่เดือนกุมภาพันธ์

นายเรืองไกร เปิดเผยด้วยว่า นอกจากนี้ ยังจะตรวจสอบการถือหุ้นของ ส.ว.อีกกว่า 400 คน ทั้งที่อยู่ในบัญชีสำรอง และผู้ได้รับการคัดเลือกในรอบแรก โดยเฉพาะนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน ส.ว. ที่ตรวจสอบได้เบื้องต้นพบว่าถือหุ้นในบริษัทใหญ่ แต่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เรื่องการดำเนินธุรกิจสื่อ หรือ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ถือหุ้นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ที่ถือหุ้นด้วยตัวเองและภรรยาจำนวนมาก โดยเฉพาะหุ้นของมหาวิทยาลัยเอกชน