“ธนาธร”ประกาศพร้อมนั่งนายกฯ ชู“อนาคตใหม่”เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล

93

“ธนาธร”ประกาศตัว พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี ลั่น ยึดเจตนารมณ์เดิม หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ ชี้“อนาคตใหม่”เท่านั้น ที่จะดึงความสามัคคีร่วมกันได้

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่(อนค.) แถลงถึงจุดยืนทางการเมือง ว่า ขอยืนยันเจตนารมณ์ตั้งแต่การก่อตั้งพรรค ถึงภารกิจอันดับ 1 คือการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และจะแสดงให้เห็นว่า จะสู้ถึงที่สุด พรรคอนาคตใหม่ขอประกาศตัวเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราเชื่อว่า มีแต่พรรคอนาคตใหม่เท่านั้นที่จะดึงความสามัคคีร่วมกันได้ และดึงพรรคการเมืองต่างๆ ที่มีความขัดแย้ง มาทำงานร่วมกัน เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือส่งทหารกับกรมกอง แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย

“ดังนั้น เพื่อขจัดความสิ้นหวัง เราจะจัดตั้งรัฐบาลเอง ถ้าหากพรรคอนาคตใหม่สามารถรวบรวมเสียงจนจัดตั้งรัฐบาลได้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.” นายธนกร กล่าว

ส่วนกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายธนาธรสิ้นสุดลง เนื่องจากเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชน ทำให้มีความสุ่มเสี่ยงที่จะไม่ได้เข้าสภาฯ หรือไม่นั้น นายธนาธร กล่าวว่า ไม่มีอะไรสุ่มเสี่ยง เพราะ กกต.ยังไม่กล้าตัดสินใจเลย เรามั่นใจในเอกสารหลักฐานข้อเท็จจริงทั้งหมด ว่าไม่มีผลอะไรต่อคุณสมบัติการสมัครเป็ นส.ส. ดังนั้น เราไม่ได้คิดเรื่องนี้มาเป็นประเด็นเลย

เมื่อถามว่า ต้องมีการพูดคุยกับส.ว.เพื่อให้ได้เสียงเลือกนายกรัฐมนตรีเกินหนึ่งของสมาชิกรัฐสภาหรือไม่ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ถ้าดูเสียงในการปิดสวิตช์ ส.ว.นั้นไม่ได้ยาก เพราะตอนนี้ยืนอยู่ที่ 245 เสียงแล้ว ในวันที่ 26 พฤษภาคม ก็จะมีเสียงจาก จ.เชียงใหม่ เขต 8 ตนมั่นใจว่าจะมาอีก 1 เสียง กลายเป็น 246 เพื่อจะเข้าเส้น 250 เสียง ต้องการอีกเพียง 5 เสียง ซึ่งตนมั่นใจว่า ถ้าเรารวมเสียงได้มากเพียงพอ ส.ว.จะไม่กล้าโหวตสวนความต้องการของประชาชน เพราะต้องถามว่า ส.ว.มีความน่าเชื่อถือทางสังคมเหลืออยู่หรือไม่ ความไม่ชอบธรรมของส.ว. ต้นทุนที่ต่ำเตี้ยติดดินนี้เองที่ทำให้เรามั่นใจ ว่ากระแสสังคมจะช่วยกดดันให้ ส.ว.รับมติของประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่า เชื่อหรือไม่ว่าทางออกนี้จะประสบความสำเร็จ นายธนาธร กล่าวว่า ถ้าไม่เชื่อก็ไม่ลุกขึ้นมาประกาศ ตนมั่นใจมาก ต้องทำให้ได้ และการทำเช่นนี้ ไม่ใช่การทำเพื่อพรรคอนาคตใหม่ เพื่อเก้าอี้นายกฯ เพื่อเก้าอี้รัฐมนตรีใดๆ แต่เพื่อให้สังคมเดินหน้า เอาความหวังของประชาชนกลับมา และบอกประชาชนว่า นี่ไม่ใช่เวลาสิ้นหวัง แต่เป็นเวลาที่ต้องตื่นตัวทางการเมืองเรียกร้องสิ่งที่ถูกต้องอย่างตรงไปตรงมา